
บริการเสริมช่วยขับเคลื่อนแอพบน BIG-IP รุ่นใหม่
F5 ส่งบริการใหม่ บนบิ๊ก-ไอพี 10.1 ช่วยขับเคลื่อนแอพพลิเคชันได้อย่างรู้ใจ
F5 ส่งบริการใหม่ บนบิ๊ก-ไอพี 10.1 ช่วยขับเคลื่อนแอพพลิเคชันได้อย่างรู้ใจ
F5 เน็ตเวิร์กส์ อิงก์ เปิดตัวบริการเสริมที่สร้างบนคุณสมบัติโดดเด่นเฉพาะตัวเรื่องความปลอดภัยสำหรับเว็บ พร้อมฟังก์ชันรองรับการขยายระบบสู่โครงสร้างระบบแบบเคลื่อนที่ บนบิ๊ก-ไอพี เวอร์ชัน 10.1 พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์และการบริการล้ำหน้าด้านระบบควบคุมการขับเคลื่อนแอพพลิเคชัน (Application Delivery Controller) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรก้าวสู่ดาต้าเซ็นเตอร์แบบไดนามิคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ BIG-IP รุ่นใหม่ล่าสุด มีบริการชั้นสูงให้อย่างครบถ้วน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้แก่องค์กร ผู้ให้บริการต่างๆ รวมถึงผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ได้แก่
1) ช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนการลงทุนและการดำเนินการ ให้ความสามารถในการควบคุมการเข้าถึงระบบอย่างละเอียดจากศูนย์กลาง ด้วยโมดูลใหม่ในการบริหารนโยบายในการเข้าถึงระบบ คือ BIG-IP Access Policy Manager™
2) มอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้ และเสริมความปลอดภัยด้วยการกำหนดนโยบายสำหรับผู้ใช้โดยอิงตามสถานที่ใช้งานผ่านบริการระบุพิกัดด้วยไอพีแอดเดรสซึ่งผสานรวมอยู่ในแพลตฟอร์ม TMOS
3) ลดต้นทุนด้านแบนด์วิธ และปรับปรุงกระบวนการกอบกู้ระบบจากภัยพิบัติ ผ่านการเร่งความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลด้วย BIG-IP WAN Optimization Module™ ตัวใหม่ล่าสุด
4) ติดตั้งแอพพลิเคชันได้เร็วขึ้น ด้วย Application Ready Templates สำหรับ SAP และ Microsoft Exchange Server 2010
โดยโมดูลใหม่จาก F5 ที่ช่วยเสริมบริการขับเคลื่อนแอพพลิเคชันบนระบบแวน (WAN) อย่าง BIG-IP WAN Optimization Module™ (WOM™) ช่วยเพิ่มความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลบนระบบเครือข่ายด้วยการปรับปรุงการรับส่งข้อมูลและแบนด์วิธ ผ่านกระบวนการบีบอัดที่ออกแบบมาให้ทำงานได้เหมาะสมตามลักษณะ (adaptive compression) และเทคโนโลยีการขจัดความซ้ำซ้อน (de-duplication) ระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บบนระบบ และไฟล์อิมเมจของเวอร์ชวลแมชีน สามารถลดต้นทุนด้านแบนด์วิธลงได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็เพิ่มความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลได้มากถึง 70 เท่า เมื่อเทียบกับวิธีการแบบเดิมนอกจากนี้ยังทำให้ข้อมูลสามารถถูกทำซ้ำได้อย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือด้วยความเร็วมากกว่า 1 กิกะบิตต่อวินาที ซึ่งเร็วและประหยัดกว่าทางเลือกอื่นใดที่มีอยู่ในทุกวันนี้
BIG-IP เวอร์ชัน 10.1 ยังมาพร้อมกับฐานข้อมูลบริการระบุพิกัดสถานที่ ซึ่งถือเป็นระบบแรกในวงการที่ช่วยระบุสถานที่จริงของผู้ใช้ด้วยการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อรวมข้อมูลดังกล่าวเข้ากับคุณสมบัติ iRules™ scripting language ของ F5 ก็จะทำให้ลูกค้าสามารถรับทราบถึงสถานที่จริงของผู้ใช้และสภาพรอบด้านในการเข้าถึงระบบ ทั้งนี้คุณสมบัติการระบุพิกัดสถานที่บน BIG-IP นั้นเกิดขึ้นจากความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง F5 และพาร์ทเนอร์อย่าง Quova
ลูซินดา โบโรวิค รองประธานฝ่ายงานวิจัย เครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์ ของ ไอดีซี กล่าวว่า “ไอดีซี พบว่าเทคโนโลยีสารสนเทศล้วนต้องอาศัยกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนแอพพลิเคชันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งต้องประสานการทำงานร่วมกันได้ดีระหว่างผู้ใช้ แอพพลิเคชัน และระบบโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่ง BIG-IP เวอร์ชัน 10.1 ของ F5 เน็ตเวิร์กส์ นั้นสามารถรวมเอาคุณสมบัติต่างๆ ไว้ด้วยกัน ซึ่งช่วยให้ไอทีสามารถสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการควบรวมดาต้าเซ็นเตอร์ และการปรับเปลี่ยนระบบงานใหม่ ในขณะที่สามารถรองรับความต้องการด้านความสามารถและคุณภาพด้านการบริการที่ผู้ใช้ปลายทางคาดหวังได้พร้อมๆ กัน”
ขณะที่ เจสัน นีดแฮม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของ F5 กล่าวว่า "BIG-IP เวอร์ชัน 10.1 มอบสภาพแวดล้อมแบบไดนามิกที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งสามารถจัดการงานต่างๆ ได้ตามลักษณะของผู้ใช้ อุปกรณ์ สถานภาพของระบบเครือข่าย และลักษณะของแอพพลิเคชัน ตัวอย่างเช่น BIG-IP Access Policy Manager ที่มอบระบบไอทีซึ่งช่วยตัดสินใจในการดูแลการเข้าถึงระบบให้ปลอดภัยได้อย่างชาญฉลาดให้แก่ผู้ใช้และกลุ่มผู้ใช้ โดยไม่มีผู้ผลิตรายใดที่มีนวัตกรรมและการผสมผสานที่ลงตัวได้ในระดับนี้ กล่าวได้ว่าผลิตภัณฑ์และบริการของ F5 ได้ช่วยให้ลูกค้าได้รับสมรรถนะในการทำงานที่เหนือกว่า ให้ความปลอดภัยสูงสุด ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความปราดเปรียวบนระบบไอทีได้อย่างชัดเจน"







