
น้ำลดเชื่อกำลังซื้อยังทรง
ส.ค้าปลีกชี้ผู้ผลิตปรับใช้งบสื่อ เริ่มสิ้นพ.ย.-ไตรมาสแรกปีหน้า
ส.ค้าปลีกชี้ผู้ผลิตปรับใช้งบสื่อ เริ่มสิ้นพ.ย.-ไตรมาสแรกปีหน้า
สมาคมค้าปลีก ชี้หลังน้ำลดกำลังซื้อยังไม่เลวร้ายแต่ผู้บริโภคระมัดระวังขึ้น เชื่อเจ้าของสินค้าลดงบโยก ณ จุดขายแทนผ่านสื่อลากยาวถึงไตรมาสแรกปีหน้า
นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ภาคกลางของประเทศและกรุงเทพมหานคร (กทม.) นับตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าในช่วงหลังน้ำลดลง หรือเข้าสู่ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในด้านกำลังซื้อจะยังไม่เลวร้ายมากนัก
หลังจากที่สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย โดยเจ้าของสินค้าหรือผู้ผลิต (ซัพพลายเออร์) จะยังสามารถจัดหาสินค้าคืนสู่ช่องทางจำหน่ายร้านค้าปลีกได้มากขึ้น สัดส่วน 70-80% เนื่องจากกำลังการผลิตในภาพรวมยังไม่ปกติ ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการจับจ่ายซื้อสินค้ามากขึ้น โดยจะเน้นซื้อกลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้างเพื่อการซ่อมแซม หรือของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมากกว่า
ขณะที่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยหรือแฟชั่นอาจมีความต้องการลดลงไปเล็กน้อยไม่คึกคักเท่ากับช่วงปกติ ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกและเจ้าของสินค้าต้องปรับตัวในการจัดกิจกรรมการตลาดในช่วงปลายปี-ต้นปีหน้านี้ ซึ่งการจัดแคมเปญโปรโมชันของผู้ประกอบการแต่ละรายจะมีความเข้มข้นขึ้น เพื่อดึงดูดกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงที่มีการระมัดระวังการจับจ่ายซื้อสินค้าเพื่อความจำเป็นอันดับแรก
นอกจากนี้ ในส่วนของเม็ดเงินโฆษณาและการทำตลาดยังอาจจะลดลงไป ซึ่งเป็นไปตามสัดส่วนยอดขายสินค้าที่หายไป และไม่สามารถทำตลาดได้ปกติในช่วงภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ซึ่งกินระยะเวลานานร่วม 3 เดือน ที่กระทบอารมณ์การจับจ่ายซื้อสินค้าของผู้บริโภค
ขณะที่เม็ดเงินจากการจัดกิจกรรมการตลาดที่ลดลงของผู้ประกอบการธุรกิจบางรายนั้น เชื่อว่าจะยังมีการปรับกลยุทธ์ใหม่โดยจะมุ่งให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ณ จุดขายหรือไม่ผ่านสื่อ (บีโลว์เดอะไลน์) มากขึ้น ทดแทนจากการโฆษณาผ่านสื่อ (อะโบฟเดอะไลน์) ซึ่งเจ้าของสินค้ามีการบริหารงบลงทุนใหม่
“คาดจะเห็นความชัดเจนในช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ และคาดว่าการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าวจะยาวไปจนถึงไตรมาสแรกปีหน้า” นายฉัตรชัยกล่าว
สำหรับภาพรวมค้าปลีกในปี 2554 นี้ คาดว่ามีอัตราการเติบโต 6% แต่หากปัญหาน้ำท่วมยังลากยาวเลยเดือน พ.ย. อาจเติบโตลดลงจากตัวเลขดังกล่าว จากเดิมที่ประมาณการว่าภาพรวมค้าปลีกในประเทศจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7-8%







