
ถึงเวลาใช้ดอกเบี้ยต่ำกู้ชีพศก.เลิกกลัวเงินเฟ้อ-ผู้ผลิตกระอัก
บอร์ด ธปท. ส่งสัญญาณชัดถึงเวลาปรับทิศนโยบายการเงินใช้แบบผ่อนคลายกู้เศรษฐกิจ ช่วยผู้ผลิต
บอร์ด ธปท. ส่งสัญญาณชัดถึงเวลาปรับทิศนโยบายการเงินใช้แบบผ่อนคลายกู้เศรษฐกิจ ช่วยผู้ผลิต
แหล่งข่าวกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้และปีหน้าจะมีความพลิกผันที่รวดเร็วจากที่เป็นอยู่ เพราะปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐ ประกอบกับราคาสินค้าผู้บริโภค เช่น ราคาอาหารที่ปรับตัวลดลงในปีนี้ ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลายลงทั้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา รวมถึงหลายประเทศในเอเชียและประเทศไทย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ธปท. ได้ปรับกรอบอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานขึ้นมาจาก 0.5-3.0% มาเป็นดำเนินนโยบายการเงินภายใต้กรอบอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ 1.5-4.5% ทำให้สามารถดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น ในห้วงที่เงินเฟ้อเริ่มลดแรงกดดันลงมาก โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงจากปัจจุบัน 3.50% ลงมาอีก 0.25%-0.50% ภายในปีนี้ และต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2555 และน่าจะทรงตัวในระดับดังกล่าวไปตลอดปี ซึ่งขณะนี้ตลาดตราสารหนี้ก็สะท้อนอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มว่าจะลดลงไปแล้วประมาณ 0.25%
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ถึงเวลาที่ ธปท.ต้องปรับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินที่ค่อนข้างเข้มงวดมาเป็นการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนปรนและยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ให้มากขึ้น เพราะดัชนีความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมในเดือน ต.ค. ยังทรุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 มาอยู่ที่ระดับ 89.0 ลดจากเดือนก่อนที่อยู่ในระดับ 90.0 และเป็นการปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 26 เดือน ดัชนีที่ปรับลดลงเกิดจากองค์ประกอบด้านยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ต้นทุนประกอบการ และผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการผลิตที่เสียหายรุนแรง
ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจำนวนมากในหลายพื้นที่ต้องหยุดการผลิต เนื่องจากขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิตจนกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตจำนวนมาก ถ้าไม่มีการดำเนินนโยบายที่ผ่อนปรนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและผู้ประกอบการจะยากลำบาก
แหล่งข่าวเปิดเผยต่อไปว่า อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือการที่ภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์รวมในเดือน ต.ค. หดตัวถึง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และหดตัวลงรวดเดียว 16.5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนอสังหาริมทรัพย์กำลังมีปัญหา แม้ว่าภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 10 เดือนแรกของปี จะขยายตัวแล้ว 15.9% แต่เป็นสัญญาณที่สะท้อนว่ามีปัญหาที่ต้องเข้าไปแก้ไข







