
ตลท.ปิดศูนย์พัทยา
ตลท.ปิดศูนย์พัทยาแล้วหลังพ้นน้ำท่วม ลั่นอนาคตรับมือเหตุสุดวิสัยสบาย ไม่ต้องตั้งศูนย์ถาวร ส่วน บล.เสนอย้ายศูนย์ไปต่างจังหวัด
ตลท.ปิดศูนย์พัทยาแล้วหลังพ้นน้ำท่วม ลั่นอนาคตรับมือเหตุสุดวิสัยสบาย ไม่ต้องตั้งศูนย์ถาวร ส่วน บล.เสนอย้ายศูนย์ไปต่างจังหวัด
นางนงราม วงษ์วานิช รองผู้จัดการสายปฏิบัติการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.ได้ปิดศูนย์สำรองด้านงานฝ่ายปฏิบัติการที่พัทยา จ.ชลบุรี แล้ว หลังจากใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการให้การซื้อขายวันที่ 18 พ.ย. เป็นวันสุดท้าย
ตลท.ได้ย้ายพนักงานทั้งหมดกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ในวันจันทร์ที่ 21 พ.ย.นี้เช่นเดิม เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในเขต กทม.ดีขึ้น
ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลท.ใช้ศูนย์สำรองในการปฏิบัติงานที่พัทยา ตั้งแต่พนักงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการซื้อขาย คอลเซ็นเตอร์ ระบบเคลียริง ส่วนระบบคอม พิวเตอร์ยังอยู่ที่นอร์ธปาร์คเช่นเดิม
“ในสัปดาห์แรกมีพนักงานไปปฏิบัติการที่พัทยาทั้งหมด 70 คน แต่เมื่อผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์ ปรากฏว่าสถานการณ์ใน กทม. เริ่มดีขึ้น และมีการปรับระบบงานให้มีความคล่องตัวก็เริ่มให้พนักงานบางฝ่าย เช่น คอลเซ็นเตอร์กลับมาประจำที่ ตลท.เหมือนเดิม และทีมงานที่ศูนย์ปฏิบัติงานสำรองที่พัทยาเหลือพนักงานทั้งหมด 45 คน” รองผู้จัดการ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แผนการปฏิบัติงานครั้งนี้ถือเป็นแผนงานชั่วคราวเท่านั้น และยังไม่ถือเป็นการทำตามแผนเตรียมความพร้อมรับมือกรณีฉุกเฉิน (บีซีพี) เนื่องจากบีซีพีต้องใช้เมื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือน้ำต้องมาถึงที่ตึก ตลท.แล้ว
สำหรับการปฏิบัติงานที่ศูนย์สำรองครั้งนี้ ทำให้ ตลท.รู้ว่าหากเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นอีกครั้ง ตลท.ก็มีความพร้อมที่จะจัดตั้งศูนย์สำรอง เพื่อช่วยให้การซื้อขายสินค้าทุกประเภทผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี เนื่องจาก ตลท.มีระบบการทำงานและการสื่อสารที่เอื้อต่อการทำงานที่ใดก็ได้ จึงไม่จำเป็นต้องมีการจัดตั้งศูนย์สำรองแบบถาวรขึ้นมา
ด้านนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า ภายหลังน้ำลดคงจะมีการพิจารณาหารือร่วมกับตลาดหลักทรัพย์อย่างจริงจัง อีกครั้งถึงทำเลที่ตั้งของศูนย์สำรองของบริษัท หลักทรัพย์ ซึ่งขณะนี้ตั้งอยู่ในเขตตัวเมืองชั้นใน หากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นมาอีกคงไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาใดได้ จึงมีแนวคิดจะย้ายศูนย์สำรองของโบรกเกอร์ไปยังต่างจังหวัดหรือพื้นที่ไกลออกไปจากตัวเมือง กทม.ชั้นใน
ที่ผ่านมากรณีน้ำท่วมพื้นที่ชั้นใน กทม. จนทำให้พนักงานไม่สามารถเข้าทำงานได้ จึงมีแนวคิดให้ส่งคำสั่งซื้อขายจากภายนอกบริษัท แต่โบรกเกอร์จะต้องลงทุนเครื่องอัดเทปนั้นว่า ตามเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้ต้องมีการอัดเทปเพื่อยืนยันคำสั่งซื้อขายหุ้น แต่ถ้าหากน้ำท่วมจนมาร์เก็ตติงเดินทางไม่สะดวก และให้โบรกเกอร์ต้องลงทุนเครื่องอัดเทปเพิ่มนั้น เห็นว่าคงลงทุนไม่ทันแม้น้ำจะท่วมกินเวลาอีกเป็นเดือนก็ตาม
แนวทางที่เห็นว่าสามารถทำได้และโบรกเกอร์หลายแห่งได้ทำแล้วคือ กระจายเจ้าหน้าที่การตลาดไปตามสาขาที่ใกล้เคียง แต่โบรกเกอร์บางแห่งจำนวนสาขาไม่มาก ก็อาจให้ส่งคำสั่งผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต







