posttoday
เสียงสะท้อนคนซื้อบ้าน มาตรการไม่สำคัญ ถ้าการเมืองปะทุ

เสียงสะท้อนคนซื้อบ้าน มาตรการไม่สำคัญ ถ้าการเมืองปะทุ

23 กุมภาพันธ์ 2553

หลายคนคิดว่าความคึกคักของภาคอสังหาที่แผ่วลงเป็นเพราะมาตรการ แต่ความจริงได้สะท้อนจากผู้บริโภคแล้วว่าเป็นเพราะ "การเมือง" ต่างหาก

หลายคนคิดว่าความคึกคักของภาคอสังหาที่แผ่วลงเป็นเพราะมาตรการ แต่ความจริงได้สะท้อนจากผู้บริโภคแล้วว่าเป็นเพราะ "การเมือง" ต่างหาก

ผ่านไปสำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 22 งานขายบ้านของ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ในปีค่อนข้างจะพิเศษใส่ไข่กว่าทุกปี เพราะเป็นการจัดงานภายใต้เหตุการณ์สำคัญ 2 เหตุการณ์ ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้าน

เหตุการณ์แรก คือ สถานการณ์การเมืองที่เขม็งเกรียวขึ้นเมื่อใกล้วันตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยังไม่มีใครคาดเดาว่า หลังจากนั่นจะเกิดอะไรขึ้น

เหตุการณ์ที่สอง คือ เป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับการต่อ หรือ ไม่ต่อมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จะหมดอายุวันที่ 28 มี.ค. ที่จะถึงนี้

ทั้ง 2 เหตุการณ์อาจจะส่งผลบวก และลบ ได้พอๆ เมื่อการต่อมาตรการยังไม่เกิดความชัดเจนก็อาจจะทำให้คนซื้อบ้านเร่งตัดสินใจซื้อ ขณะเดียวกันเมื่อการเมืองไม่นิ่งก็อาจจะชะลอการตัดสินใจ เพื่อรอให้ทุกอย่างเคลียร์ก่อนก็เป็นได้เช่นกัน

เสียงสะท้อนคนซื้อบ้าน มาตรการไม่สำคัญ ถ้าการเมืองปะทุ

การเมืองป่วน มหกรรมบ้านกร่อย

แต่ถ้าวัดผลของการจัดงานครั้งนี้ พบว่า ผลลบจากสถานการณ์การเมืองนั้นบดบังผลบวกจากความไม่ชัดเจนว่าจะต่อมาตรการออกไปจนทำให้การซื้อขายบ้านในงานไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้เท่าไหร่

นายเลิศมงคล วราเวณุชย์ อุปนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ในฐานะประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 22 กล่าวว่า ก่อนงานคาดหวังไว้ค่อนข้างสูง เพราะเป็นช่วงที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการต่อมาตรการออกไปหรือไม่ คนที่ต้องการซื้อบ้านน่าจะมากกว่าการจัดงานในช่วงก่อนหน้า

ประกอบกับตัวเลขการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์มีเพิ่มขึ้น 30% เฉพาะลงทะเบียนผ่านเว็บก่อนงานมีจำนวนถึง 6,000 คน และมีคนเข้ามาดูข้อมูลผ่านเว็บถึง 6 หมื่นครั้ง ขณะที่การโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ที่ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี แต่ผลที่ออกมาแม้ว่าจะมีคนเข้ามาชมงานเพิ่มขึ้น แต่ยอดขายในงานอยู่ในระดับเดียวกับการจัดงานเมื่อปลายปีที่ผ่านมาที่ 2,500 ล้านบาท ไม่ได้ดีกว่าเหมือนที่คาดหวังไว้ในตอนต้น

นายเลิศมงคล วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ปริมาณการซื้อยังคงได้ใกล้เคียงกับงานครั้งที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีตัวเร่งเรื่องของมาตรการ เป็นเพราะสถานการณ์การเมืองที่ทำให้คนซื้อบ้านชะลอการตัดสินใจออกไปรอดูสถานการณ์หลังวันที่ 26 ก.พ. ก่อนว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นหรือไม่ เป็นประเด็นหลัก

ส่วนเรื่องของมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์กลายเป็นประเด็นรองสำหรับการตัดสินใจซื้อบ้านในขณะนี้ เช่นเดียวกับผู้ประกอบการที่นำโครงการใหม่มาเปิดตัวน้อยกว่าทุกครั้ง แสดงว่า ยังรอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจลงทุนเช่นกัน

“ในวันศุกร์ที่มีการชุมนุมของคนเสื้อทองที่ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่สีลม ทำให้คนมาชมงานลดลง เมื่อเทียบกับวันพฤหัสซึ่งเป็นวันเปิดงาน สะท้อนให้เห็นว่าคนวิตกกังวลกับสถานการณ์การเมือง แต่ถ้าหลังวันที่ 26 ก.พ. ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น และยังไม่ชัดเจนว่ารัฐจะต่อมาตรการหรือไม่ คนที่มาชมงานและยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อน่าจะกลับมาตัดสินใจซื้อที่โครงการอีกครั้ง” นายเลิศมงคลกล่าว

กลัวการเมืองแรง ชะลอซื้อบ้าน

คราวนี้ลองมาฟังเสียงสะท้อนจากคนเข้าชมงานบ้างว่า จะตื่นตัวจากทั้ง 2 สถานการณ์มากน้อยเพียงใด นางจิราภรณ์ สอนโพธิ์ หนึ่งในผู้ชมงานมหกรรมบ้านครั้งนี้บอกว่า อยู่ระหว่างพิจารณาเลือกซื้อบ้านเดี่ยว ในย่านรามอินทรา ราคาอยู่ระหว่าง 22.5 ล้านบาท โดยพิจารณาบ้านที่สร้างเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยต้องการจะซื้อบ้านให้ทันกับมาตรการที่จะหมดอายุลงในปลายเดือนมี.ค.

“สาหตุที่ยังไม่รับตัดสินใจในงานนี้ เพราะเริ่มไม่มั่นใจกับปัญหาการเมืองที่อาจทวีความรุนแรง ซึ่งจะกระทบกับเศรษฐกิจและส่งผลต่อความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน ขณะเดียวกันก็อยากให้รัฐบาลต่ออายุมาตรการออกไปเนื่องจากสถานการณ์การเมืองกลับมาร้อนแรงจนทำให้หลายคนชะลอตัดสินใจ”

ขณะที่นางอัมพร เจริญศิริ กล่าวว่า สนใจที่จะซื้อบ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 3.5 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมและต้องการขยับขยายที่อยู่อาศัยใหม่ แต่ต้องรอให้มั่นใจเรื่องการเมืองจึงจะกล้าตัดสินใจ แม้ว่าขณะนี้จะใกล้หมดอายุมาตรการกระตุ้นแล้ว แต่หากการเมืองไม่นิ่งก็ยังเสี่ยง จึงอยากให้รัฐพิจารณาเรื่องการต่ออายุมาตรการและสนับสนุนเรื่องอัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ในระยะยาว ไม่เกิน 33.5% ต่อปี เพื่อให้คนมีที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้นและไม่เป็นภาระในระยะยาว

นายกรณ์ จิรเศวตกุล ให้ความเห็นว่า สนใจทาวน์โฮม ในย่านบางนา ราคาประมาณ 3 ล้านบาท ขณะที่ปัญหาการเมืองในประเทศไม่นิ่งทำให้ไม่กล้าตัดสินใจซื้อในทันที เพราะมองว่าการซื้อบ้านเป็นภาระใหญ่ ขณะเดียวกันอยากให้รัฐบาล นำเงินต้นไปหักลดหย่อนภาษีและเข้ามาสนับสนุนเรื่องอัตราดอกเบี้ยต่ำ

ขณะที่ผู้ซื้อบ้านที่ไม่ประสงค์ออกนามรายหนึ่ง ให้ความเห็นว่า มาเก็บข้อมูล เพื่อซื้อบ้านเดี่ยว แต่ไม่ได้เร่งรีบที่จะซื้อในขณะนี้ เพราะเห็นว่า สถานการณ์การเมืองยังไม่น่าไว้วางใจ ส่วนมาตรการที่รัฐใช้ในการกระตุ้นการซื้อขายบ้านนั้นมีผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การตัดสินใจซื้ออยู่ที่ราคามากกว่า

อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ยังมีความเสี่ยงต่อการซื้อบ้านก็ยังมีผู้ที่เห็นช่องทางในการลงทุนอยู่ด้วยเช่นกัน โดยนส.ทัศนีย์ ทิมา กล่าวว่า สนใจซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมมือสองสภาพดีราคาต่อยูนิตไม่เกิน 2 ล้านบาท ในย่านสาทร เนื่องจากมองเห็นโอกาสในการซื้อเพื่อลงทุน เพราะมีคนบางกลุ่มยังไม่มั่นใจในสภาพเศรษฐกิจจึงยังไม่กล้าซื้อที่อยู่อาศัยแบบถาวร แต่จะใช้วิธีเช่าแทน ตลาดาเช่าจึงน่าสนใจและมั่นใจว่า จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากเงินกับธนาคาร

ด้านนายชัยวัฒน์ สถิรเสถียร ให้ความเห็นว่าขณะนี้ตนสนใจที่จะซื้อคอนโดมิเนียม ต่อยูนิตราคาไม่เกิน 4 ล้านบาทในย่านสุขุมวิท เนื่องจากเชื่อว่าหากไม่ได้อยู่อาศัยเองก็สามารถปล่อยขายต่อได้ง่าย พร้อมกันนี้ก็หวังว่าในรัฐบาลน่าจะมีนโยบายระยะยาวที่เอื้อให้กับผู้ซื้อบ้าน เช่น การนำเงินต้นไปลดหย่อนภาษี ไม่ใช่นำดอกเบี้ยไปหักลดหย่อนภาษีได้อย่างเดียว

น่าจะเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า ทุกวันนี้ความวิตกในเรื่องการเมืองที่ยังไม่สามารถจะหาทางสงบได้ในเร็ววันนี้ ยิ่งนานวันยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของคนซื้อบ้านลดลงไปเรื่อยๆ ยิ่งปีนี้การเมืองน่าจะมีเรื่องร้อนๆ ตลอดปี เห็นทีผู้ประกอบการต้องทำใจตั้งรับมากกว่าจะเห็นตลาดฟื้นตัวเหมือนที่หวังไว้เสียแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท