
ทริดี้ขอรัฐดันอาร์แอนด์ดีของไทยเป็นวาระแห่งชาติ
ทริดี้ขอรัฐดันอาร์แอนด์ดีของไทยเป็นวาระแห่งชาติ เทียบชั้นเคป๊อป ชิงส่วนแบ่งอุตสาหกรรมไอซีที 4 แสนล้านบาท
ทริดี้ขอรัฐดันอาร์แอนด์ดีของไทยเป็นวาระแห่งชาติ เทียบชั้นเคป๊อป ชิงส่วนแบ่งอุตสาหกรรมไอซีที 4 แสนล้านบาท
นายโกศล เพ็ชรสุวรรณ์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (ทริดี้) เปิดเผยว่า ต้องการให้รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญกับผลักดันการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ของคนไทยด้วยกันเอง ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมหันมาสนใจผลงานหรือเทคโนโลยีของคนไทยแทนการสั่งซื้อจากต่างประเทศมากขึ้น
ทั้งนี้ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยเคยชินกับการสั่งซื้อและนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ส่งผลให้ไม่เกิดผลตอบแทนในเชิงเศรษฐกิจ ดังนั้น หากรัฐบาลหันมาผลักดันอย่างจริงจัง เช่น กำหนดให้โครงการใหญ่ๆ ของภาครัฐต้องเปิดให้คนในประเทศ หรือ สินค้าในประเทศ 15-20% ก็จะทำให้อาร์แอนด์ดีของไทยมีโอกาสทางการตลาดมากขึ้น
นายโกศล กล่าวว่า การผลักดันผลงานของประเทศให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจนั้นมีตัวอย่างที่ชัดเจนจากการกระจายวัฒนธรรมนักร้องของประเทสเกาหลี (เคป็อป) ที่รัฐบาลของเกาหลีใต้ให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ส่งผลให้เกิดกระแสเกาหลีฟีเวอร์ในประเทศต่างๆ และผลลัพธ์ที่ได้คือเม็ดเงินรายได้กลับเข้าประเทศปีละหลักแสนล้านบาท
นายโกศล กล่าวว่า การเปิดตลาดให้ผู้ประกอบการในประเทศเป็นเรื่องสำคัญมากในการพัฒนาเศรษฐกิจ เห็นได้จากการใช้จ่ายในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย คิดเป็นมูลค่า 4 แสนล้านบาท หรือ 70% ของ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) แยกเป็นมูลค่าตลาดผิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนประมาณ 1.34 แสนล้านบาท และมูลค่าตลาดบริการ 2.66 แสนล้านบาท ซึ่งหากคนไทยได้รับการยอมรับเพียง 15-20% ก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตขึ้นตามไปด้วย
ขณะที่การใช้จ่ายสำหรับสินค้าไอซีทีภายในประเทศมีมูลค่าประมาณ 5.7 แสนล้านบาทเมื่อปีที่ผ่านมา มีรายได้จากการส่งออกสินค้าไอซีทีมูลค่าประมาณ 9.16 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 15.7% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด
นายสุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการทริดี้ กล่าวว่า การที่จะช่วยให้อาร์แอนด์ดีของไทยเป็นที่ยอมรับในวงกว้างนั้น ภาครัฐไม่ควรมองว่า สิ่งที่คนไทยทำได้จะถูกกว่าต่างประเทศหรือช่วยประหยัดงบประมาณได้เท่าไร แต่ให้มองว่าคนไทยสามารถคิดค้นและพัฒนาสินค้าได้เท่าเทียมกับที่ต่างประเทศทำ และหากสร้างตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ มูลค่าที่ได้กลับคืนประเทศนั้นมากกว่ากว่าการสั่งซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศแน่นอน







