posttoday
ฉลาดใช้สมาร์ตโฟนสู้ภัยน้ำท่วม

ฉลาดใช้สมาร์ตโฟนสู้ภัยน้ำท่วม

18 พฤศจิกายน 2554

วันนี้เรานำวิธีง่ายๆ ในการประหยัดแบตเตอรี่มือถือและบรรดาแท็บเล็ตต่างๆ ให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุดในช่วงน้ำท่วม

โดย..ไอเดียดี

สถานการณ์น้ำท่วมทะลักกรุงในขณะนี้ เชื่อว่าประชาชนเป็นจำนวนมากคงได้รับผลกระทบไปเต็มๆ บ้านจมน้ำแทบมิดหลัง ต้องขนข้าวของย้ายหนีขึ้นที่สูง อพยพคนออกไปจากพื้นที่

แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่เลือกจะอยู่เฝ้าบ้านเพราะห่วงทรัพย์สิน ห่วงโจรขโมยจะแวะมาเยี่ยมเยียน จำใจต้องหลับภัยขึ้นชั้น 2 ใช้ชีวิตอยู่ด้วยอาหารและน้ำดื่มที่ตุนเอาไว้ และสำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้เลย คือ โทรศัพท์มือถือ

วันนี้เรานำวิธีง่ายๆ ในการประหยัดแบตเตอรี่มือถือและบรรดาแท็บเล็ตต่างๆ ให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุดในช่วงน้ำท่วมครับ

1.ปิด Bluetooth ทันทีหากยังไม่ใช้หูฟังไร้สาย หรือโอนไฟล์แบบไร้สายกับชาวบ้าน

2.เลิกใช้ Wireless Network ระบุตำแหน่ง หากคุณอยู่ศูนย์อพยพและไม่ไปไหนอยู่แล้ว ถ้าจะย้ายไปอีกที่หนึ่งค่อยเปิด Wireless Network ก็ได้

ฉลาดใช้สมาร์ตโฟนสู้ภัยน้ำท่วม

3.ปิด GPS ได้เลยกรณีไม่ใช้ เพราะถ้าเปิดไว้จะกินพลังงานมากๆ จะเปิดไว้เฉพาะยามจำเป็นในการเดินทางเท่านั้น

4.ยกเลิก AlwaysOn Mobile Data สำหรับ Android ถ้าคุณไม่ค่อยใช้แอพที่ต่อเน็ตตลอดเวลา (แต่ส่วนใหญ่ต้องใช้ ก็ไม่ต้องปิดก็ได้ แต่ถ้าไม่ลืมปิดได้ยิ่งดี)

5.ปิด WiFi และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน 3G กรณีคุณไม่ใช้เน็ต หากคุณต้องการใช้เน็ตจริงๆ ถ้ามีสัญญาณ WiFI ก็เปิดแต่ WiFi ไม่ต้องเปิด WiFi และ 3G พร้อมกัน โดยการเปิดรับสัญญาณ WiFi นั้นจะกินพลังงานแบตเตอรี่น้อยกว่าแบบ 3G

6.ตั้งค่าเวลาดับหน้าจอ (Screen Timeout) ให้เร็วขึ้น จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้พอสมควรทีเดียว

7.ตั้งค่าความสว่างให้แสงสว่างในมือถือน้อยลง หากมีโหมดอัตโนมัติก็ควรเลือกตั้งแบบอัตโนมัติ

8.หากคุณใช้จอแสดงผลแบบ Amoled บนมือถือและแท็บเล็ตละก็ ควรเลือก Wallpaper เป็นสีดำ จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้มากขึ้น

9.สำหรับมือถือ Android และ Nokia ที่มี Widget และรวมทั้ง Wallpaper แบบเคลื่อนไหว ควรเลือกแบบภาพนิ่งจะดีกว่า และลดการใช้ Widget ประดับหน้าจอ เพราะจะทำให้มือถือของคุณจะต้องดึงข้อมูลเข้ามาแสดงผลในส่วนของการทำงานด้านหลัง (Background) ตลอดเวลา หากมีเยอะก็ทำให้กินพลังงานแบตเตอรี่เยอะพอสมควร

10.ใช้ Task Manager คอยปิดโปรแกรมที่ทำงานตลอดเวลา ด้วยสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตนี้ทำงานแบบ Multitasking การเปิดแอพค้างไว้ในเครื่องหลายๆ ตัวโดยไม่ปิด เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่ของคุณหมดเร็วได้เช่นกัน ดังนั้นหากคุณไม่ใช้แอพนั้นแล้วควรปิดการทำงานด้วย

11.ปิดคุณสมบัติการ Push Email และปิดระบบการแจ้งเตือน เพราะในกรณีที่มีแอพหลายตัวอยู่ใน Notification แบตเตอรี่ก็จะถูกใช้มากตามไปด้วย ระบบจะต้องมีการเชื่อมต่อไร้สาย (WiFi, 3G, Edge etc.) ไปยังเว็บไซต์ของแอพเหล่านั้นตลอด

12.อัพเดตเฟิร์มแวร์ใหม่ให้สม่ำเสมอ เพราะการอัพเดตทุกครั้ง มักจะมีการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ให้ดีขึ้นด้วย

13.เตรียมชาร์จทั้งแบตเตอรี่หลักและชาร์จแบตเตอรี่สำรองด้วย หากแบตเตอรี่หมดก็เปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่สำรองมาใช้ต่อได้เลย

14.ใช้ที่ชาร์จแบบพกพา มีทั้งที่ชาร์จมือถือแบบ Mobile Booster ที่เก็บพลังงานสำรองจากไฟที่ชาร์จกับไฟบ้านมาใช้ต่อกับมือถือได้ และที่ชาร์จมือถือ iPhone แบบพลังงานแสงอาทิตย์ได้ด้วย

15.ที่ชาร์จมือถือแบบรถยนต์ ถ้ามีก็เตรียมไว้ หากที่พักไม่มีที่ชาร์จก็สามารถชาร์จได้บนรถยนต์ที่มีพลังงานแบตเตอรี่ซึ่งใช้ได้ยาวนานอยู่

16.การชาร์จแต่ละครั้งควรชาร์จให้เต็ม และตอนใช้มือถือและแท็บเล็ตก็ควรใช้อย่างประหยัดและจำเป็นเท่านั้น เพื่อรักษาระดับพลังงานในแบตเตอรี่ให้สูงสามารถใช้งานได้นานหลายวันในยามไม่มีไฟ

สำหรับคุณผู้ประสบภัยที่นิยมการแชตออนไลน์กับเพื่อนๆ แนะนำว่าควรเก็บแบตเตอรี่ไว้ใช้ติดต่อโลกภายนอกในยามจำเป็น หรือไม่ก็ใช้เพื่อติดตามข่าวสารจะดีกว่า เพราะเมื่อสถานการณ์น้ำท่วมเดินทางมาถึงจุดวิกฤต บ้านคุณย่อมหนีไม่พ้นการโดนตัดไฟฟ้าทั้งหมด

โทรศัพท์มือถือในมือคุณ อาจเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้คุณเอาตัวรอดได้อย่างปลอดภัย

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี