posttoday
หุ้นได้ดีเมื่อน้ำลด

หุ้นได้ดีเมื่อน้ำลด

18 พฤศจิกายน 2554

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)

ได้วิเคราะห์หุ้นที่ได้ดีหลังน้ำลด ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มก่อสร้าง ทั้งผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและผู้จำหน่ายสินค้าดังกล่าว รวมทั้งผู้ประกอบการคอนโดมิเนียม

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประเมินหุ้นที่ได้ประโยชน์หลังน้ำลด โดยให้ความเห็นว่า บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เป็นตัวแทนที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการที่ผลิตและจำหน่ายซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังมีสภาพคล่องในการซื้อขายที่สูงมากด้วย

ส่วนหลักทรัพย์อื่นที่ได้ประโยชน์ คือ ผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งที่แนะนำซื้อ ได้แก่ บริษัท โฮมโปรดักส์เซ็นเตอร์ (HMPRO) และบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL)

ผู้รับเหมาก่อสร้าง บริษัท ช.การช่าง (CK) และบริษัท ซิโนไทย เอ็นจิเนียริง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) รวมทั้งหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคและบริโภคที่แนะนำลงทุนก็คือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) และบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟร์ (CSL) จึงแนะนำหุ้นเหล่านี้เป็นหุ้นที่แนะนำเลือกลงทุนสูงสุดสำหรับเดือน พ.ย. 2554

นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต วิเคราะห์ว่า นอกจากเหตุการณ์น้ำท่วมจะช่วยให้เกิดกระบวนการฟื้นฟูครั้งใหญ่แล้ว ก็ยังส่งผลให้เกิดหุ้นมูลค่าถูกเป็นอย่างมาก และการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานธุรกิจ การลงทุนในแง่ของกระบวนการฟื้นฟู หุ้นที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุด คือ HMPRO บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค (DCC) และ GLOBAL แต่ยังคงแนะนำ “ขาย” SCC เพราะซื้อขายที่ระดับสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ค่อนข้างแพงที่ 12.6 เท่า

ในขณะที่การลงทุนในแง่ของหุ้นที่มีมูลค่าถูกเป็นอย่างมากคือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) และบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP) เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ส่วนแง่ของพื้นฐานอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลง แนะนำ“ซื้อ” บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) และบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) แนะนำ “ขาย” บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (SMT) และบริษัท เอสวีไอ (SVI)

ได้ดีจากการฟื้นฟู

หุ้นกลุ่มก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง และปรับปรุงตกแต่งบ้าน เป็นหุ้นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์ในด้านกระบวนการฟื้นฟู เนื่องจากผลประโยชน์ของกระบวนการฟื้นฟูโดยปกติแล้วมีระยะสั้น ประมาณ 2 ไตรมาส เพราะฉะนั้นจึงให้ความสำคัญกับพื้นฐานธุรกิจระยะยาวของบริษัท HMPRO และ DCC น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุดเนื่องจากบริษัททั้งสองมีพื้นฐานแข็งแกร่งถึงแม้ไม่ได้รับประโยชน์จากน้ำท่วมก็ตาม

ส่วน GLOBAL จะได้รับประโยชน์เช่นกัน แต่ในระดับที่น้อยกว่า HMPRO เพราะสาขาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม แต่ชอบแผนการเติบโตในอนาคตของ GLOBAL

ในขณะที่สัดส่วนรายได้จากกระบวนการฟื้นฟูมีเพียง 30% และ 24% (ธุรกิจซีเมนต์) จะต้องเผชิญกับต้นทุนถ่านหินเพิ่มขึ้นในปีหน้า

หุ้นถูก

บล.ธนชาต ชอบหุ้นที่ประสบเคราะห์ร้ายจากเหตุน้ำท่วมอย่าง AOT และ AP ซึ่งในระยะสั้นจะกระทบต่อผลการดำเนินงาน แต่พื้นฐานธุรกิจระยะยาวยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งมูลค่า ณ ปัจจุบันสะท้อนผลกระทบมากเกินควร ในขณะที่การท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบในช่วงไฮซีซันและแย่สำหรับ AOT

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้โดยสารซึ่งเดินทางเข้าสู่ประเทศกลับเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งและแตะระดับสูงสุดใหม่ทุกครั้งหลังเกิดวิกฤตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (EV/EVITDA) ของ AOT ที่ 6.7 เท่า อยู่ใกล้ช่วงระดับต่ำสุดของค่าเฉลี่ยที่ 5.511.5 เท่า ส่วน AP ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหาด้านการก่อสร้าง โอน และเปิดตัวโครงการใหม่ต้องเลื่อนออกไป แต่บริษัทมีความสามารถในการปรับตัวได้รวดเร็วกับแนวโน้มธุรกิจใหม่ๆ AP ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับราคาต่อมูลค่าบัญชี (P/BV) 1.1 เท่า และพีอี 7.1 เท่า ส่วนหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเหตุน้ำท่วม แต่มูลค่ายังไม่ถูกพอสำหรับการลงทุนเนื่องจากเศรษฐกิจโลกพร้อมที่จะชะลอตัวลงในปี 2555 และหลังจากราคาหุ้นดีดตัวขึ้น

ได้ดีจากพื้นฐานเปลี่ยน

บริษัทที่ประกอบธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงในแง่ของพื้นฐานธุรกิจ ความต้องการนิคมฯ จะยังแข็งแกร่งแต่การย้ายฐานอาจมีความสำคัญมากกว่า HEMRAJ และบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) ซึ่งมีนิคมฯ ในพื้นที่ตะวันออกจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้ ส่วนความต้องการบ้านจะมีการปรับเปลี่ยนไปยังโครงการแนวสูงหรือแนวราบในพื้นที่ซึ่งน้ำไม่ท่วม LPN ซึ่งมีงานในมือ 100% จะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงความต้องการลูกค้า

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท