posttoday
‘บัวหลวง’รับหุ้นสุดสวิง

‘บัวหลวง’รับหุ้นสุดสวิง

18 พฤศจิกายน 2554

1ปีกองทุนทริกเกอร์ไม่เข้าเป้าเตือนดัชนีพันจุดต้องระวังขาย

1ปีกองทุนทริกเกอร์ไม่เข้าเป้าเตือนดัชนีพันจุดต้องระวังขาย

บลจ.บัวหลวงรับ 1 ปีตลาดหุ้นสุดผันผวน ปัจจัยลบอื้อ “กองทุนทริกเกอร์ 34” กำไรไม่เข้าเป้า 9% แต่ไม่ขาดทุน มองหุ้นพันจุดต้องระวัง

รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง เปิดเผยว่า กองทุนเปิดบัวหลวงทริกเกอร์ 3 (9%) และกองทุนเปิดบัวหลวงทริกเกอร์ 4 (9%) ซึ่งเป็นกองทุนที่ตั้งเป้าผลตอบแทน 9% ภายใน 12 เดือน จะครบกำหนดอายุการลงทุนในวันที่ 22 และ 23 พ.ย. 2554 บริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติในวันที่ 21 และ 22 พ.ย. 2554 และผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับเงินจากการรับซื้อคืนในวันที่ 22 และ 23 พ.ย. 2554 ตามลำดับ

กองทุนทั้งสองกองไม่สามารถทำผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย ณ วันที่ 16 พ.ย. 2554 กองทุนเปิดบัวหลวงทริกเกอร์ 3 (9%) และกองทุนเปิดบัวหลวงทริกเกอร์ 4 (9%) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยอยู่ที่ 10.0835 บาท และ 10.0910 บาท ตามลำดับ ซึ่งไม่ถึง 1% จากราคาเสนอขายครั้งแรกที่ 10 บาท

นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดการกองทุน บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า ช่วง 1 ปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยเต็มไปด้วยปัจจัยลบหลายๆ ด้าน ทำให้ดัชนีผันผวนมาก การบริหารจัดการค่อนข้างยาก แต่บริษัทรักษาผลตอบแทนของกองทุนไม่ให้ขาดทุนได้

“รอบปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าหุ้นผันผวนมาก ทั้งช่วงของการเลือกตั้งของไทย เหตุการณ์สึนามิในญี่ปุ่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐและปัญหาหนี้ในกลุ่มยุโรป เช่น กรีซ ที่ยังคงเป็นปัญหาจนถึงตอนนี้ ทุกปัจจัยเป็นเรื่องที่เกินคาดหมายและกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลกค่อนข้างมาก” นายพีรพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสองกองทุนไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย แต่ยังรักษาเงินต้นให้แก่ผู้ลงทุนไว้ได้ และเมื่อเทียบกับกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ หรือทาร์เก็ตฟันด์ ในระบบแล้วส่วนใหญ่จะขาดทุน ซึ่งข้อดีที่บริษัทจดทะเบียนทั้งสองกองทุนเป็นกองทุนรวมผสม ทำให้ยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ สามารถลดสัดส่วนลงทุนในหุ้นไปซื้อตราสารหนี้ได้ตั้งแต่ 0-100% จึงคล่องตัวกว่า อีกทั้งในช่วงที่ตั้งกองทุน ดัชนีหุ้นอยู่ที่ระดับประมาณ 1,019 จุด และปัจจุบันยังไม่ถึง 1,000 จุด

นายพีรพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นยังคงต้องระมัดระวังหลังจากดัชนีขึ้นมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1,000 จุด ท่ามกลางความกังวลปัญหาหนี้ของกลุ่มยุโรป รวมถึงน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในไทยที่คาดว่าจะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้จะลดลงและน่าจะฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 23 ปีหน้า เมื่อเหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

สำหรับการบริหารจัดการกองทุนหุ้นของบริษัทยังรักษาระดับผลตอบแทนที่ดี โดยอยู่ระดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมจากกลยุทธ์เลือกหุ้นรายตัวเป็นหลัก อีกทั้งมองว่าหลังน้ำท่วมหุ้นกลุ่มพาณิชย์น่าจะได้ประโยชน์ ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 12 ปีหน้าอาจถูกกระทบ เพราะต้องตั้งสำรองเพิ่มจากปัญหาหนี้ที่ลูกค้าอาจได้รับผลกระทบ จึงต้องเลือกดูรายตัว

“ต้องดูสัญญาณให้ดี หากหุ้นผ่าน 1,000 จุดไปได้อาจทำให้นักลงทุนมั่นใจ เพราะนักลงทุนต่างชาติอย่าง มาร์ค โมเบียส เองก็ยังมองหุ้นไทยยังแข็งแกร่ง” นายพีรพงศ์ กล่าว  

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ