
บจ.กำไร1.5แสนล.โต5%ไตรมาส3
บจ.โกยกำไร 9 เดือน กว่า 5 แสนล้านบาท พุ่งขึ้นเกือบ 22% ขณะที่ไตรมาส 3 โตแค่ 5% ทำได้ 1.5 แสนล้านบาท
บจ.โกยกำไร 9 เดือน กว่า 5 แสนล้านบาท พุ่งขึ้นเกือบ 22% ขณะที่ไตรมาส 3 โตแค่ 5% ทำได้ 1.5 แสนล้านบาท
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) มีกำไรสุทธิรวมสูงถึง 511,903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.83% และมียอดขายรวมถึง 6,293,919 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.23% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ เป็นผลประกอบการของ 389 บริษัท จาก 473 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่ม NC และ NPG) คิดเป็น 82% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด
กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสูงสุด 3 อันดับแรก คือ กลุ่มทรัพยากร กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยบริษัทที่มีกำไรสุทธิมี 343 บริษัท คิดเป็น 88.17% ของบริษัทที่ส่งงบทั้งหมด
สำหรับไตรมาส 3 ปีนี้ บจ.มีกำไรสุทธิรวม 153,368 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.12% และยอดขายเท่ากับ 2,193,420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.95%
“ภาพรวมผลประกอบการของ บจ.ที่ส่งงบการเงินแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน ยอดขายมีการเติบโตที่ค่อนข้างชัดเจน แสดงถึงการขยายตัวของธุรกิจในทุกกลุ่มธุรกิจ
นางเทียนทิพ สุพานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของเดือน พ.ย. ดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้น 2.29% ปรับตัวขึ้นสูงที่สุดในภูมิภาคนี้ และโดดเด่นกว่าหุ้นในกลุ่มเดียวกัน คือ อินโดนีเซีย บวกเพียง 0.6% และฟิลิปปินส์ บวกเพียง 0.18%
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนน่าจะเป็นผลมาจากเป็นช่วงที่มีการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่ง บจ.ยังสามารถรักษาการเติบโตในระดับสูง
“ภาพรวมกำไร บจ.ปีนี้น่าจะดี แม้ว่าไตรมาส 4 นี้น่าจะเริ่มเห็นผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ทำให้กำไร บจ.มีแนวโน้มลดลง แต่ไม่น่าจะมีนัยสำคัญ เพราะ บจ.ที่รับผลกระทบโดยตรงมีเพียง 30 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 1% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด” นางเทียนทิพ กล่าว
นอกจากนี้ สัดส่วนของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งแรกของเดือน พ.ย.นี้ พบว่าเพิ่มขึ้นสูงกว่าช่วงเดือน ก.ย.ต.ค. ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 20-21% เงินได้ไหลเข้าลงทุนในเอเชียรวมทั้งตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรปและเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกายังไม่คลี่คลาย
ด้านนายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นใน จ.สมุทรสาคร ว่า มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ทำให้มีความมั่นใจว่าโรงงานของบริษัทจะรอดจากวิกฤตครั้งนี้
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้ รายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% แน่นอน ทั้งยอดขายและกำไร ขอให้นักลงทุนและผู้ถือหุ้นมั่นใจได้ว่าบริษัทยังสามารถผลิตสินค้าได้ และจะทำให้รายได้ในไตรมาส 4 สูงอีกไตรมาสหนึ่ง







