posttoday
ระดมสมองฟื้นตลาดไมซ์วอนรัฐอย่า จุดชนวน ซ้ำท่องเที่ยว

ระดมสมองฟื้นตลาดไมซ์วอนรัฐอย่า จุดชนวน ซ้ำท่องเที่ยว

18 พฤศจิกายน 2554

แม้ว่าก่อนหน้านี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

แม้ว่าก่อนหน้านี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

หรือ สสปน. จะระบุว่าตลาดท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ หรือไมซ์ (MICE : Meeting Incentive Convention and Exhibition) ยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ แต่ขณะนี้ อรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการ สสปน. ยอมรับว่ามีการยกเลิกการจัดประชุมและสัมมนาในไทยแล้ว 5 งาน พร้อมกับเลื่อนออกไปอีก 19 งาน

ผลกระทบดังกล่าวคิดเป็นเม็ดเงินที่สูญไป 3,323.3 ล้านบาท จำนวนผู้เดินทางกลุ่มไมซ์ 250,861 คน สสปน.จึงเร่งนัดผู้นำอุตสาหกรรมไมซ์ร่วมหารือวางกรอบแนวทางและมาตรการที่ชัดเจน เพื่อการจัดทำแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ร่วมกัน

ในเบื้องต้นจะเน้นหาแนวทางฟื้นฟูกันเองในส่วนของภาคเอกชนโดยที่ไม่รอภาครัฐ แต่แนวทางระยะยาวเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะเข้ามาเยียวยา สิ่งสำคัญเวลาที่ต้องทำ คือ เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดต่างชาติได้เห็นว่าประเทศไทยสามารถกลับมาท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย

ประเด็นดังกล่าว สสปน.จะขอเป็นแกนหลักในการสื่อสารและให้ข้อมูลกับหน่วยงานต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด Believe in Thailand เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวต่างชาติ รวมถึงการให้ข้อมูลเป็นไปในแนวทางเดียวกันชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต่างชาติต้องการ เพราะที่ผ่านมาภาครัฐสร้างความสับสนในการให้ข้อมูล และภาพที่ออกมาถูกสื่อออกไปในเชิงลบอย่างมาก

งานประชุมสมัชชาใหญ่สำนักงานมหกรรมโลก (BIE) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และงานเทรดโชว์ EIBTM ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน จะเป็น 2 เวทีแรกที่ สสปน.จะสร้างความเชื่อมั่นในตลาดท่องเที่ยวไทยให้คืนกลับมา โดยเวทีแรกจะเน้นย้ำความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 ที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งยืนยันที่จะจัดที่เดิม

อรรคพล กล่าวว่า ตลาดไมซ์จะเป็นตลาดที่ฟื้นตัวกลับมาได้เร็วที่สุด โดยหากเปรียบเทียบกันแล้ว เมื่อสถานการณ์คลี่คลายการท่องเที่ยวสามารถฟื้นตัวได้ทันที แต่ภาคอุตสาหกรรมต้องอาศัยเวลาไม่น้อยกว่า 36 เดือนในการฟื้นตัว จึงต้องการให้ภาครัฐเห็นความสำคัญของตลาดนี้ และใช้เป็นเครื่องมือในการฟื้นตัวของประเทศ

นอกจากนี้ ภาคเอกชนที่เข้าร่วมประชุมยังเห็นพ้องกันว่ารัฐควรสนับสนุนให้มีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดท่องเที่ยวด้วยการให้มีการประชุมสัมมนาตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในช่วงเวลานี้ทันที จากปกติหน่วยงานรัฐจะเน้นจัดประชุมสัมมนานอกสถานที่ในช่วงก่อนปิดปีงบประมาณ

ส่วนกลุ่มลูกค้าจากต่างประเทศก็จะเร่งดึงกลับมาให้เร็วที่สุด โดยคาดหวังว่าอย่างน้อย 19 งานที่แจ้งเลื่อนไป จะกลับเข้ามาให้ได้เร็วที่สุด โดยจะให้ผู้ที่เข้ามาจัดงานในไทยช่วงนี้ เป็นตัวแทนของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สามารถสื่อสารให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องมาเยือนเช่นเดิม รวมถึงจะมีการเชิญสื่อต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในไทยด้วยอีกประเด็นที่ภาคเอกชน ระบุว่า ได้รับการสอบถามจากผู้จัดงานชาวต่างชาติมากว่า ปีหน้าจะยังมีเหตุการณ์น้ำท่วมเช่นนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่ ซึ่งภาครัฐต้องนำข้อมูล ออกมาชี้แจง และแสดงให้เห็นว่า อุทกภัยครั้งนี้เป็นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในรอบ 50 ปี ซึ่งปีหน้าจะไม่เกิดขึ้นอีก หรือหากเกิดขึ้น รัฐบาลก็ได้เตรียมมาตรการต่างๆ ไว้แล้ว นี่คือ สิ่งที่รัฐบาลต้องออกมาสื่อสารให้ชัดเจนได้แล้ว

“พอน้ำเริ่มแห้ง เราไปโปรโมตตลาดไมซ์ ชวนเขากลับมา เขาก็มีคำถามว่า แล้วปีหน้าจะเกิดขึ้นอีกไหม รัฐบาลต้องมีคำตอบให้เขา”

นอกจากภาวะน้ำท่วมที่ยังไม่จบดี และหลายฝ่ายต้องบอบช้ำกับปัญหาดังกล่าวพอสมควร เวลานี้ ส่อวี่แววว่าจะมีปัญหาใหม่ จากการที่มีการประชุมลับพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ที่ในที่ประชุมครั้งนี้ ได้มีการหยิบยกมาพูดถึงด้วย พร้อมกับระบุว่า

“รัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมให้ผ่านไปก่อน อย่าเร่งกิจกรรมอันใดที่จะจุดชนวนให้เกิดปัญหาทางการเมือง อะไรที่เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง ผู้ที่เข้าใจปัญหาบ้านเมืองในเวลานี้ย่อมรู้ดีว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ” อรรคพล กล่าว

การขอพระราชทานอภัยโทษเป็นเรื่องปกติ อย่าทำให้มีวาระแอบแฝงจนเป็นเหตุให้ต้องมีการเผชิญหน้าและเกิดความสูญเสียอีก เพราะมันเท่ากับเป็นการซ้ำเติมสังคมและการท่องเที่ยว หากปล่อยให้เป็นเช่นนั้นอาจเป็นการยากที่จะฟื้นธุรกิจท่องเที่ยวให้คืนกลับมา“ผมไม่ได้หมายความว่าคนในธุรกิจท่องเที่ยวเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเรื่องพระราชกฤษฎีกาฯ นี้ แต่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่จะก่อให้เกิดเงื่อนไขทางการเมือง ถ้ามันเป็นเพียงการอยู่ในกระบวนการ ก็ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมดีกว่า”

นายอรรคพล ยังย้ำอีกว่า การเดินทางไปชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในไทยยัง 2 เวทีดังกล่าว ให้สื่อต่างชาติถามเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมก็พอแล้ว อย่าให้ต้องชี้แจงเรื่องการเมืองเพิ่มเข้าไปอีกเลย แต่หากเลี่ยงไม่ได้ ก็พร้อมจะให้ข้อมูลว่า มันเป็นเพียงเรื่องที่อยู่ในกระบวนการเท่านั้น

สำหรับเป้าหมายของ สสปน. ปี 2555 แม้ต้องเผชิญปัญหาใหญ่ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ แต่จะยังรักษาเป้าเดิมที่มีผู้เดินทางไมซ์ 7.5 แสนคน สร้างรายได้ 60,120 ล้านบาท เพิ่มจากปีงบประมาณก่อนเล็กน้อย ภายใต้งบประมาณ 805.545 ล้านบาทจากการหารือร่วมกับผู้นำภาคเอกชนของธุรกิจไมซ์ เพื่อหาแนวทาง และมาตรการจัดทำแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ สสปน. วาดหวังว่าความร่วมมือทุกภาคส่วนในการฝ่าวิกฤตด้วยกันในครั้งนี้จะผลักดันให้ไทยกลับคืนสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมไมซ์ในภูมิภาคภายในไตรมาส 3 ปีหน้าอย่างแน่นอน

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ