posttoday
กยอ.ตั้งองค์กรจัดการน้ำ

กยอ.ตั้งองค์กรจัดการน้ำ

18 พฤศจิกายน 2554

‘วิษณุ’ยกร่างรวบอำนาจหมดวางแผน-กู้เงิน-ตั้งงบ-ร่วมทุน

‘วิษณุ’ยกร่างรวบอำนาจหมดวางแผน-กู้เงิน-ตั้งงบ-ร่วมทุน

“วิษณุ” ยกร่าง พ.ร.บ.ตั้งองค์กรจัดการน้ำ รวบอำนาจทุกกระทรวงมาอยู่ที่สำนักงานภายใต้กฎหมายฉบับนี้

นายวิษณุ เครืองาม กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ในฐานะอนุกรรมการด้านองค์กร เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายวีรพงษ์ รามางกูร ประธาน กยอ. ให้ยกร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งองค์กรจัดการน้ำ เพื่อรวบอำนาจบริหารจัดการและลงทุนระบบน้ำจากกระทรวงต่างๆ มาไว้ที่หน่วยงานใหม่ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ พ.ร.บ.ฉบับนี้

“อำนาจของ กยอ.เป็นอำนาจตามระเบียบสำนักนายกฯ ซึ่งเล็กมาก ขณะที่หน่วยงานต่างๆ เขามีกฎหมายอยู่ และเขาใหญ่กว่าทั้งนั้น เช่น เรื่องผังเมือง ชลประทาน และสิ่งแวดล้อม หรือหากเราคิดจะทำฟลัดเวย์ ถ้าเจอมาตรา 67 แห่งรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับมาบตาพุดก็ต้องหยุด จะทำอะไรต่อไปก็ไม่ได้แล้ว จึงต้องมี พ.ร.บ.ออกมารองรับ” นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวว่า การยกร่าง พ.ร.บ.และจัดตั้งองค์กรลงทุนระบบน้ำ กยอ.กำหนดระยะเวลาว่าต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 56 เดือน ซึ่งความล่าช้าไม่ได้อยู่ที่การร่างกฎหมาย แต่อยู่ที่ขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภา และหลังจาก พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ กยอ.ก็จะสลายตัวไปทันที และบทบาทภารกิจลงทุนระบบน้ำระยะ 5-10 ปี จะอยู่ที่องค์กรนี้

อย่างไรก็ตาม ในระยะ 1 ปีจากนี้ กยอ.กำหนดภารกิจการทำงาน 7 ด้าน ได้แก่ การจัดการน้ำ การจัดตั้งองค์กร การจัดหาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างความเข้าใจกับประชาชน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด และปรับระบบการผลิตทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมใหม่

นายวิษณุ ระบุว่า เชื่อว่าในอนาคตไทยต้องประสบภัยธรรมชาติอื่นๆ หลายรูปแบบ เช่น ภัยแล้ง สึนามิ ซึ่งองค์กรนี้ไม่สามารถรับมือกับภัยธรรมชาติเหล่านี้ได้ เพราะไม่สามารถทำงานได้แบบครอบจักรวาล แต่หากจะตั้งองค์กรใหม่ก็จะมีองค์กรมากเกินไป โดยกำลังคิดอยู่ว่าจะมีแนวทางอื่นที่ยืดหยุ่นกว่านี้หรือไม่

ทั้งนี้ มีรายงานว่า กยอ.และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) มีการศึกษายุทธศาสตร์โครงสร้างประเทศ ลงทุนชลประทาน การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบของประเทศใหม่เป็นระยะยาว 10 ปี ในวงเงินร่วม 1 ล้านล้านบาท พัฒนาระบบการขนส่งสินค้า โลจิสติกส์ ลงทุนด้านเมกะโปรเจกต์ระบบราง ทั้งรถไฟรางคู่ไฮสปีดเทรน สนับสนุนผู้ประกอบการที่เป็นเกษตรกร และผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (เอสเอ็มอี) ให้เป็นเสาหลักในการพัฒนาประเทศ

สำหรับวงเงินที่จะนำมาใช้ลงทุนจะมีทั้งการร่วมทุนกับเอกชน การจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานและการออกกฎหมายพิเศษขึ้นมาเพื่อดึงเงินทุนสำรองระหว่างประเทศออกมาใช้ประมาณ 56 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี