
หุ้นร่วงตามตปท.ปิดภาคเช้าลบ 8.62 จุด
ตลาดหุ้นวันที่ 18 พ.ย. ดัชนีปิดภาคเช้าที่ระดับ 984.76 จุด ลดลง 8.62 จุด มูลค่าการซื้อขาย 10,271.83 ล้านบาท
ตลาดหุ้นวันที่ 18 พ.ย. ดัชนีปิดภาคเช้าที่ระดับ 984.76 จุด ลดลง 8.62 จุด มูลค่าการซื้อขาย 10,271.83 ล้านบาท
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายการตลาด บล.ธนชาตกล่าวว่าตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงเป็นไปตามตลาดหุ้นต่างประเทศหลังจากนักลงทุนกลับมากังวลปัญหาในกลุ่มยุโรปอีกครั้งหลังการประมูลพันธบัตรของประเทศสเปนไม่เป็นไปตามคาดหวัง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสเปนพุ่งขึ้น นักลงทุนจึงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง หุ้นและโภคภัณฑ์ออกมา
"นักลงทุนขายหุ้นกลุ่มบลูชิพและแบงก์ออกมา รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่ก่อนหน้านี้ฟื้นตัวขึ้นมารับราคาน้ำมันที่ขึ้นมาทำระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน"นายพิชัย กล่าว
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นยังไม่น่าจะผ่านแนวต้านที่1,000จุดซึ่งเป็นแนวต้านด้านจิตวิทยาไปได้โดยมีแนวรับ985จุดและสัปดาห์หน้ายังต้องติดตามแนวทางการปรับลดการขาดดุลของประเทศสหรัฐด้วยด้านบล.เคทีซีมิโก้ กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ หากตลาดปรับตัวลงก็ให้เข้าซื้อในหุ้นที่ตลาดให้ความสนใจ และเล่นรอบขายทำกำไรหากดัชนีไม่สามารถผ่านทะลุ 1,000 จุดได้ ส่วนการลงทุนระยะกลางถึงยาวจะยังเป็นกลุ่มเดิม ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (CPALL, MAKRO) กลุ่มอาหาร (CPF, GFPT) กลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการป้องกัน/ฟื้นฟูจากน้ำท่วม อย่างกลุ่มวัสดุก่อสร้างและเกี่ยวเนื่อง อาทิ SCC, TASCO, DCC,
HMPRO, GLOBAL ขณะที่หุ้นพลังงานเลือก PTTEP กับ PTTGC และ ICT อย่าง ADVANC กับ DTAC
5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่
PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 1,086.51 ล้านบาท ปิดที่ 65.75 บาท ลดลง 1 บาท หรือ 1.50%
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 841.95 ล้านบาท ปิดที่ 112.50 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 1.32%
BBL มูลค่าการซื้อขาย 467.68 ล้านบาท ปิดที่ 139.50 บาท ลดลง 2 บาท หรือ 1.41%
JAS มูลค่าการซื้อขาย 448.41 ล้านบาท ปิดที่ 1.99 บาท ลดลง 0.03 บาท หรือ 1.49%
TOP มูลค่าการซื้อขาย 417.43 ล้านบาท ปิดที่ 61.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.81%







