posttoday
ยอดขายเดือนม.ค.ซีพี-เมจิ โต15% ชี้สัญญาณศก.ฟื้น

ยอดขายเดือนม.ค.ซีพี-เมจิ โต15% ชี้สัญญาณศก.ฟื้น

23 กุมภาพันธ์ 2553

ซีพี-เมจิ ตีปีกยอดขายเดือน ม.ค. เติบโต 15% ยอดขายรายวันโต 4- 5% ชี้สัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว หวังตลาดนมเลิกแข่งขันราคาหันมาพัฒนาคุณภาพ มั่นใจสิ้นปีโตได้ 15% ส่วนแบ่งตลาดขยับเป็น 10%

ซีพี-เมจิ ตีปีกยอดขายเดือน ม.ค. เติบโต 15% ยอดขายรายวันโต 4- 5% ชี้สัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว หวังตลาดนมเลิกแข่งขันราคาหันมาพัฒนาคุณภาพ มั่นใจสิ้นปีโตได้ 15% ส่วนแบ่งตลาดขยับเป็น 10%

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี-เมจิ ผู้ผลิตและจำหน่ายนมสดพาสเจอร์ไรส์ โยเกิร์ต และนมเปรี้ยว ภายใต้แบรนด์ซีพี-เมจิ เปิดเผยว่า ยอดขายของบริษัทในรอบเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาเทียบกับ ม.ค. ปีที่แล้วพบว่าเติบโตขึ้นแล้ว 15% และในเดือน ก.พ. นี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตทางด้านยอดขายใกล้เคียงกับเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา โดยหากเมื่อคำนวณยอดขายรายวันเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตทางด้านยอดขายอยู่ราว 4 – 5% อันเป็นตัวชี้วัดได้ว่าเศรษฐกิจในประเทศไทยเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน ผู้บริโภคมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
           
ทั้งนี้ บริษัทหวังว่าผู้ผลิตนมเจ้าอื่นๆ จะได้รับอานิสงค์นี้เช่นเดียวกัน และเลิกเล่นสงครามราคาในตลาดนม ที่ทำให้ภาพรวมราคาผลิตภัณฑ์นมในปีที่ผ่านมามีราคาลดลงราว 10% แต่มูลค่าของตลาดไม่ลดลงเนื่องจากผู้บริโภคซื้อเพิ่มขึ้น หรือมีมูลค่าราว 4 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าผู้ผลิตนมเจ้าต่างๆ รวมทั้งบริษัทเองจะหันมาใส่ใจในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคานมกลับไปที่ราคาปกติจากที่ลดราคาลงมา แต่จะไม่ปรับราคาสูงขึ้น อันเนื่องมาจากผลิตภัณฑ์นมเป็นสินค้าควบคุม ส่วนราคานมดิบที่มีการปรับตัวลงนั้น บริษัทมองว่าเป็นการแกว่งตัวของราคาในช่วงเวลาอันสั้นเท่านั้น
สำหรับงบส่งเสริมตลาดในปีนี้ บริษัทจัดงบไว้ราว 120 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมามากว่า 100% หรือ 50 ล้านบาทเท่านั้น หลังจากที่เศรษฐกิจดีขึ้น บริษัทมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกมาว่างตลาด มองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการสื่อสารแบรนด์ไปยังผู้บริโภค และได้แบ่งงบเป็นเงิน 30 ล้านบาท ส่งเสริมตลาด นมเปรี้ยว เมจิ ไพเกน เข้าสู่ตลาดและสร้างการรับรู้ไปยังผู้บริโภค

นอกจากนี้ บริษัทยังเห็นว่าตลาดนมเปรี้ยวเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในปีที่ผ่านมาหรือมีอัตราการเติบโตราว 20% ดังนั้นบริษัทจึงเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาวางตลาด ปัจจุบันตลาดนมเปรี้ยวมีมูลค่า 6,000 ล้านบาท บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดราว 7% คาดว่าสินค้าใหม่นี้จะทำให้บริษัทมีอัตราการเติบโตได้ราว 20% ในกลุ่มนมเปรี้ยว และสิ้นปีนี้จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 10%

"ทางด้าน นมเปรี้ยวชนิดถ้วย ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 3,000 ล้านบาท บริษัทคาดว่าในปีนี้ตลาดดังกล่าวจะมีอัตราการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จากการเข้ามาแข่งขันของผู้เล่นหน้าใหม่ และหน้าเก่า ซึ่งจะทำให้ตลาดดังกล่าวมีอัตราการเติบโตถึง 10% จากปกติที่จะมีอัตราการเติบโตเพียง 4 -5% เท่านั้น"นายประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติม

ส่วนภาพรวมรายได้ของบริษัทในปีนี้ ตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 15% จาก 3,200 – 3,300 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้อย่างแน่นอน และบริษัทคาดว่าส่วนแบ่งตลาดของบริษัทในตลาดรวมนมจะเพิ่มขึ้นเป็น 10% จาก 8% ในปัจจุบัน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท