
ท่องเที่ยวเร่งเครื่อง
เอกชนวอนลดระดับเตือนภัยจี้รัฐแจงเที่ยวไทยปลอดโรค
เอกชนวอนลดระดับเตือนภัยจี้รัฐแจงเที่ยวไทยปลอดโรค
ททท.เร่งอัดกิจกรรมฟื้นท่องเที่ยว ด้านเอกชนเร่งเดินสายพบทูตอ้อนลดระดับเตือนภัยเข้าไทย พร้อมวอนรัฐแจงความปลอดภัยด้านสาธารณสุข เร่งจัดการขยะ
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยภายหลังการหารือกับตัวแทนภาคเอกชนท่องเที่ยวจากหน่วยงานต่างๆ เกี่ยวกับแนวทางการฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังน้ำลด ว่า จะเร่งจัดกิจกรรมในการฟื้นฟูการท่องเที่ยว เจาะกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดแล้ว เช่น พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเริ่มจัดกิจกรรมบิ๊ก คลีนนิง เดย์ ไปบ้างแล้ว แต่ยังต้องมีกิจกรรมอื่นๆ อีก เช่น การโรดโชว์ การจัดเมกะแฟนทริป การเชิญสื่อต่างประเทศมาเยี่ยมชม เพื่อฟื้นความมั่นใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
นอกจากนี้ ยังหารือร่วมกันว่าควรเร่งฟื้นตลาดที่กลับมาง่ายก่อนอย่างตลาดเอเชีย เนื่องจากเป็นตลาดระยะใกล้ โดยหวังให้ตลาดดังกล่าวกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงคริสต์มาสนี้ และต่อเนื่องไปจนถึงช่วงตรุษจีนปีหน้า ส่วนตลาดยุโรป เป็นตลาดสำคัญที่ต้องใช้แผนเชิงรุกในการดึงให้กลับมาเร็วที่สุด ซึ่งภาคเอกชนเสนอให้ร่วมกันใช้สื่อออนไลน์ในการทำกิจกรรม เช่น สวัสดี เมืองไทย โดยแผนในการฟื้นฟูจะมี 2 ช่วงใหญ่ๆ คือ ช่วงเวลานี้ยาวจนถึงปีใหม่ กับช่วงก่อนสงกรานต์ปีหน้าเพราะต้องยอมรับว่า การฟื้นความมั่นใจของนักท่องเที่ยวต้องใช้เวลาสักระยะ
นายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยญี่ปุ่น กล่าวว่า ยอดนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1–15 พ.ย. ลดลงกว่า 50% ซึ่งเป็นผลจากการที่หลายประเทศประกาศเตือนห้ามเข้าไทยสูงถึงขั้นที่ 3 เวลานี้จึงเดินสายเข้าพบท่านทูตญี่ปุ่น เพื่อขอให้ลดระดับการเตือนลงเหลือขั้นที่ 2 และอยากขอให้สื่อนำเสนอพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบบ้าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
ด้านนางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวให้ความเห็นว่า ต้องการให้ภาครัฐแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ซึ่งเป็นคำถามที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาก ว่าหากมาเที่ยวเมืองไทยจะเจอโรคระบาดจากน้ำท่วมหรือไม่ ซึ่งอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงให้ชัดเจน โดยเชื่อว่าเวลานี้ประเทศไทยต้องอาศัยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นขาสำคัญในการสร้างรายได้เพื่อฟื้นฟูประเทศ ซึ่งแต่ละปีสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ความคิดเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับนายโอภาส เนตรอำไพ ตัวแทนจากสมาคมโรงแรมไทย หรือทีเอชเอ ที่ระบุว่า ไม่เพียงแต่เรื่องสาธารณสุขเท่านั้น เรื่องการจำกัดขยะยังเป็นเรื่องเร่งด่วนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งจัดการ เพราะภาพขยะเกลื่อนกรุงเทพฯ ที่เผยแพร่ออกไปสู่สายตาชาวโลก เป็นสิ่งที่ทำลายภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ซึ่งเคยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน เดอะ เบส ซิตี ออฟ เดอะ เวิลด์
ด้านนายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ ตัวแทนจากสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตตา) ได้รายงานในที่ประชุมว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวเดือน พ.ย. ลดลงไป 37.2% แล้ว โดยชาวไต้หวันหายไป 100% จีนลดลง 88% ญี่ปุ่น ลดลง 86.15% เกาหลี ลดลง 54.16% อินเดีย ลดลง 33% ส่วนรัสเซีย ยังขยายตัว แต่เพิ่มขึ้นเพียง 22.47% จากปกติจะขยายตัวอยู่ที่เกือบ 100%







