posttoday
ลด-ยืด-เพิ่ม มาตรการกู้ชีพลูกค้า

ลด-ยืด-เพิ่ม มาตรการกู้ชีพลูกค้า

16 พฤศจิกายน 2554

สถานการณ์น้ำท่วมได้ออกฤทธิ์ให้หลายคนจนลงในพริบตา

สถานการณ์น้ำท่วมได้ออกฤทธิ์ให้หลายคนจนลงในพริบตา

สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ต่างพยายามออกมาตรการมาบรรเทาเยียวยาเพื่อกู้ชีพให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ประเมินว่า ภาวะน้ำท่วมครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วประเทศกว่า 2.4 แสนราย ผลิตภัณฑ์มวลรวมของธุรกิจเอสเอ็มอีหายไปเดือนละ 2.4 หมื่นล้านบาท ทำให้คาดว่าอาจต้องใช้สินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูรวม 6.5 หมื่นล้านบาท สูงสุดอาจทะลุ 1.4 แสนล้านบาท

ปกรณ์ กล่าวว่า สำหรับธนาคารกสิกรไทยนั้น คาดว่าจะมีลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 14,118 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวม 3.7หมื่นล้านบาท หรือ 9% ของฐานสินเชื่อเอสเอ็มอี ดังนั้นธนาคารจึงได้จัดวงเงินไว้ 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือลูกค้า ด้วยการขยายระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นให้เป็นระยะเวลา 6 เดือน และต่อให้อีก 6 เดือน หากสถานการณ์ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ

ขณะที่ลูกค้าที่ใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) จะต่ออายุออกไปได้อีก 6 เดือน โดยไม่ต้องใช้เอกสารรับรอง

นอกจากนี้ กสิกรไทยยังมีการให้สินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูเพิ่มเติม คิดดอกเบี้ยคงที่ 4%ในช่วง 3 ปีแรก

สำหรับลูกค้าที่เข้าโครงการค้ำประกันสินเชื่อกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จะคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่เพียง 3% ใน 3 ปีแรก พร้อมยืดระยะเวลาผ่อนชำระให้สูงสุดเป็น 10 ปี และพักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยนาน 6 เดือน

ด้านลูกค้าที่เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตเสียหายจนไม่สามารถใช้การได้ กสิกรไทยได้จัดวงเงินสินเชื่อเพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ โดยคิดดอกเบี้ยพิเศษแบบลดต้นลดดอก 4% ใน 3 ปีแรก แถมยืดระยะเวลาผ่อนชำระยาวสูงสุดถึง 7 ปี และเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจด้วยการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน พร้อมให้วงเงินสินเชื่อสูงสุด 100% ของมูลค่าเครื่องจักรด้วย

ปกรณ์ บอกว่า จนถึงปัจจุบันมีลูกค้าแจ้งขอรับความช่วยเหลือจากธนาคารแล้ว 1,644 ราย คิดเป็นวงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท และในเร็วๆ นี้กสิกรไทยจะเซ็นสัญญากับ บสย. หลังจากตกลงเงื่อนไขกันได้แล้ว และจะเข้าร่วมโครงการสินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอีกับธนาคารออมสิน ที่จะปล่อยกู้ให้ธนาคารพาณิชย์ในอัตราดอกเบี้ย 0.01% วงเงินรวม 2 หมื่นล้านบาทด้วย

ปกรณ์ ประเมินว่า วิกฤตน้ำท่วมรอบนี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 เติบโตติดลบ 3.36.3% ทำให้ทั้งปีจะโตได้เพียง 1.7%

นั่นหมายถึงว่า สินเชื่อเอสเอ็มอีในไตรมาสนี้จะชะลอตัวลง และทำให้สินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งระบบโตได้เพียง 7% ลดลงจากครึ่งปีแรกที่โต 13%

ขณะที่เศรษฐกิจไทยในปีหน้าคาดว่าจะโตได้ 4.3% โดยยังคงติดลบในไตรมาสแรก เพราะธุรกิจยังไม่ฟื้นตัว แต่น่าจะเริ่มกลับมาเป็นบวกในไตรมาส 2

ด้าน เลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้ร่วมกับสมาคมธนาคารไทยยกเว้นค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดผ่านเครื่องเอทีเอ็มข้ามเขตทุกธนาคารทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 พ.ย.นี้

นอกจากนี้ ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมบริการโอนเงินจากต่างประเทศผ่านระบบ Xpress Money Services ผู้นำธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศ เข้ามายังผู้รับเงินในประเทศไทยตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 6 ธ.ค.นี้

สุดท้ายธนาคารได้ขยายระยะเวลาการให้สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจในโครงการประกันสังคมเคียงข้างผู้ประกันตนต้านอุทกภัย วาตภัย หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติออกไปอีก6 เดือน จากเดิมที่สิ้นสุด 31 ต.ค. ออกไปจนถึง 30 เม.ย. 2555

ด้าน มาร์ค อาร์โนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กรุงศรีกรุ๊ป เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องได้ส่งผลกระทบแก่ประชาชนทั่วไป และสร้างความไม่แน่นอนด้านธุรกิจกรุงศรีกรุ๊ปได้พยายามให้การดูแลอย่างดีที่สุด

ลูกค้าสินเชื่อบุคคลจะได้รับการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลานานสูงสุด 3 เดือน และให้ผ่อนชำระดอกเบี้ยอย่างเดียวนาน 6 เดือน ลดค่างวดสูงสุด 9 เดือน สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบรุนแรง

ลูกค้าสินเชื่อบ้านจะพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลานาน 3 เดือน ผ่อนชำระดอกเบี้ยอย่างเดียวนาน 6 เดือน หรือลดค่างวดให้สูงสุด 9 เดือน หากต้องการสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมบ้าน ก็มีสินเชื่อให้วงเงินเพิ่มสูงสุดไม่เกิน 90% ของมูลค่าหลักประกัน ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษเอ็มแอลอาร์ลบ 2% ใน 5 ปีแรก

 

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล