
เช้าซื้อปลดล็อกดึงลูกค้าพ้นน้ำ
แม้สถาบันการเงินแต่ละแห่งจะออกมาตรการเยียวยาเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาบ้างแล้ว
แม้สถาบันการเงินแต่ละแห่งจะออกมาตรการเยียวยาเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาบ้างแล้ว
ซึ่งช่วยคลายความกังวลใจให้กับลูกหนี้ได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ถูกน้ำท่วม เพราะนอกจากต้องหาเงินมาเพื่อซ่อมแซมรถให้กลับสู่สภาพเดิมใช้ทำมาหากินแล้ว ก็ยังต้องวางแผนถึงหนี้สินหรือค่างวดเดิมด้วยว่าจะจัดการอย่างไรดี
เดินหน้ากัดฟันผ่อนค่างวดเหมือนเดิม?
ขอยืดหนี้ผ่อนชำระนานขึ้น?
ปล่อยให้รถถูกยึดดี?
เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นคำถามที่ล้วนรอการตัดสินใจและรอความร่วมมือจากเจ้าหนี้อยู่
แต่ในช่วงที่น้ำยังลดลงไม่หมดทุกพื้นที่นั้น เบื้องต้นสถาบันการเงินแต่ละแห่งก็ได้ประกาศ “งดเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ ทั้งค่าปรับชำระหนี้ล่าช้า หรือค่าติดตามทวงถามหนี้” ให้ไปก่อน
ส่วนระยะยาวก็ใช้มาตรการปรับโครงสร้างหนี้เป็นหลักให้ลูกค้าได้เลือก ไม่ว่าจะเป็นการยืดเวลาผ่อนชำระ ลดค่างวดต่อเดือน หรือแม้กระทั่งเริ่มต้นผ่อนกันใหม่
อย่างไรก็ตาม คาดว่าเรื่องค่างวดของลูกหนี้นั้น จะเริ่มปรากฏปัญหาให้เห็นชัดเจนก็คงอีก 23 เดือนข้างหน้า หลังจากน้ำในแต่ละพื้นที่ลดลงไปแล้ว เป็นปัญหาที่เริ่มเห็นว่าลูกหนี้ยังมีกำลังในการจ่ายค่างวดต่อไปอีกหรือไม่ อาชีพเดิมหรือแหล่งรายได้จะกลับคืนมาเหมือนเดิมหรือยัง เช่น ถ้าหากเป็นพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมจะยังคงมีงานทำต่อไปหรือไม่ ก็ยังไม่รู้
หากเมื่อสถานการณ์น้ำท่วมกับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ปัญหารายได้ของลูกหนี้ยังคงไม่เหมือนเดิมกับตอนที่ยื่นขอกู้ หากลูกหนี้ประเมินดูด้วยตัวเองแล้วเห็นว่า การจ่ายค่างวดเหมือนเดิมไม่ไหวก็ควรรีบเข้าไปเจรจาขอปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้โดยด่วน ซึ่งแต่ละแห่งก็มีมาตรการดูแลอยู่แล้ว จะเลือกแบบยืดเวลาผ่อนค่างวดออกไปอีก หรือขอลดค่างวดต่อเดือนลง หรือสุดท้ายถ้าประเมินแล้วไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องยอมตัดใจเอารถไปคืนเจ้าหนี้ก็ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
การแสดงเจตนาขอปรับโครงสร้างหนี้ย่อมดีกว่าการ “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” เป็นไหนๆ เพราะนั่นย่อมหมายถึงประวัติทางการเงินของเราที่ต้องรักษาเอาไว้ให้ดีเพื่ออนาคต หากมีเรื่องต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินอีก
ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า ธนาคารเองก็ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดความกังวลของลูกค้า โดยจัดเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือประสานงานกับลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิดและสามารถติดต่อกับธนาคารได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงเชื่อว่าความช่วยเหลือในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบได้อย่างตรงจุด ทันเวลาและเสริมสภาพคล่องเพื่อลดความกังวลทางการเงินลง
ขณะที่ อิสระ วงศ์รุ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย กล่าวว่า เพื่อป้องกันการเกิดหนี้ค้างชำระในกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางบริษัทได้เสนอโปรแกรมปรับลดยอดการผ่อนชำระและปรับยืดเวลาการชำระค่างวด สำหรับลูกค้าที่ไม่เป็นหนี้ขาดผ่อนชำระเกิน 30 วัน ซึ่งปัจจุบันสามารถปรับลดการผ่อนค่างวดรายเดือนสูงสุดไม่เกิน 50% ของยอดผ่อนชำระปกติเป็นระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน เริ่มนับจากเดือนที่ลูกค้าขอเข้าโครงการเป็นงวดแรกและขยายระยะเวลาการผ่อนชำระจากสัญญาเดิมสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน และรวมสัญญาเดิมต้องไม่เกิน 7 ปี
มาร์ค อาร์โนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่กรุงศรีกรุ๊ป กล่าวว่า ในส่วนของลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ของบริษัทในเครืออย่างกรุงศรี ออโต้ ก็ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนเบื้องต้น ด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมค่าปรับกรณีชำระล่าช้า การพักชำระค่างวดเป็นเวลาสูงสุด 6 เดือน และปรับลดค่างวดโดยการขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 96 งวด แล้วแต่กรณี
ส่วน “ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ” ก็ได้ยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้า ค่าธรรมเนียมจากการทวงถาม และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถชำระค่างวดได้จะได้รับการพิจารณาขยายเวลาการชำระหนี้ แล้วแต่กรณีตามความเหมาะสมและศักยภาพของลูกค้า
ด้านตัวเจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินเอง ก็ใช่ว่าจะสบายใจกับลูกค้าที่ถูกน้ำท่วม เพราะหากกลายเป็นหนี้เสียขึ้นมาย่อมต้องสร้างผลกระทบต่อฐานะการเงินของเจ้าหนี้ด้วย ภาวะเช่นนี้เองเจ้าหนี้จึงอยู่เฉยๆ หรือประเภทคอยตีเมืองขึ้น ผ่อนไม่ไหว ก็ยึดรถ ฟ้องร้อง อย่างเดียวคงไม่ได้
เพราะลูกหนี้ที่เดือดร้อนครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่หลักสิบรายแต่เป็นหลักพันหลักหมื่นราย เจ้าหนี้เองก็ต้องหาทุกช่องทางเพื่อให้ลูกหนี้ยังคงเป็นลูกหนี้ชั้นดี ผ่อนค่างวดต่อไปจนครบสัญญาให้ได้ ซึ่งตัวเจ้าหนี้เองก็ต้องยอมเฉือนเนื้อ ยอมเสียผลประโยชน์ที่ควรจะได้ เพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้เช่นกัน
ธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน กล่าวว่า ปัญหาเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลนั้น คงมีผลกระทบบ้างในระยะ 36 เดือนข้างหน้า แต่ขณะนี้ยังประเมินความเสียหายที่แท้จริงไม่ได้ ซึ่งในเบื้องต้นได้ประเมินว่าธนาคารมีสำรองส่วนเกินทั่วไปที่เพียงพอในการรองรับความเสียหายส่วนใหญ่ได้
สำหรับหนี้เอ็นพีแอลในปัจจุบันธนาคารยังควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำที่ 3.7% เป็นไปตามเป้าหมายที่ธนาคารคาดว่าทั้งปีจะควบคุมให้อยู่ในระดับ 3.73.9% แต่ธนาคารได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มในส่วนของสำรองทั่วไปจำนวน 246 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราการตั้งสำรองต่อหนี้เอ็นพีแอลได้เพิ่มขึ้นเป็น 95.5%
หลังจากนี้คงได้เห็นเจ้าหนี้ให้ความห่วงใยและดูแลลูกหนี้มากขึ้น เพื่อร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตหนี้เสียครั้งนี้ร่วมกันให้ได้
ใครมีปัญหาจ่ายค่างวดไม่ไหว แต่ยังอยากเป็นลูกหนี้ที่ดี อาจได้เงื่อนไขที่ดีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อให้มีกำลังจ่ายค่างวดต่อไป
เพราะสุดท้ายเป้าหมายหลักของเจ้าหนี้คือ ต้องให้ลูกหนี้อยู่รอดถึงฝั่ง ไม่ใช่กอดคอจมน้ำด้วยกันทั้งคู่ m







