posttoday
นับถอยหลัง

นับถอยหลัง

23 กุมภาพันธ์ 2553

 

 

....จิตรา อมรธรรม

สัปดาห์นี้คงไม่มีประเด็นใดมีน้ำหนักกับตลาดหุ้นไทยมากไปกว่าประเด็นการเมือง นักลงทุนต่างนับถอยหลังรอคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งจะมีการประชุมเพื่อลงมติช่วงเช้า และนัดอ่านคำพิพากษาช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. ของวันที่ 26 ก.พ. ประเด็นไม่ได้อยู่เพียงว่าศาลจะมีคำตัดสินในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทอย่างไร แต่อยู่ที่ปฏิกิริยาของกลุ่มเสื้อแดงภายหลังคำตัดสินจะเป็นอย่างไรมากกว่า

ดิฉันเชื่อว่าไม่ว่าเหตุการณ์ภายหลังวันที่ 26 ก.พ. จะเป็นอย่างไร หุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้น แต่เป็นการปรับขึ้นเพียงชั่วคราว

เหตุที่เชื่อว่าหุ้นจะขึ้นเพราะอย่างน้อยที่สุดการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบรุนแรงหรือไม่ก็ตาม ความชัดเจนจะทำให้ตลาดสามารถประเมินความเสี่ยงข้างหน้าได้ มากกว่าสถานการณ์ในปัจจุบัน หากเกิดความรุนแรงย่อมเกิด Panic Sell ในระยะสั้น (น่าซื้อในช่วง Panic Sell ด้วยซ้ำ) โดยเฉพาะจากนักลงทุนรายย่อยซึ่งเป็นนักลงทุนเพียงกลุ่มเดียวที่มีสถานะซื้อสุทธิในปีนี้ถึง 1.9 หมื่นล้านบาท

ส่วนสาเหตุที่เชื่อว่าหุ้นจะปรับขึ้นชั่วคราวเท่านั้น เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าหุ้นไทยไม่ขึ้นถ้าฝรั่งไม่ซื้อ แต่สถานะของต่างชาตินับตั้งแต่ต้นปีถึงวันจันทร์ที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา เป็นขายสุทธิ 8,500 ล้านบาท ซึ่งเราเชื่อว่าเม็ดเงินจะยังคงไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่องจากความเสี่ยงของภาพใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นหนี้สินของยูโรโซน การกันสำรองเงินฝากของจีนที่ทำให้สภาพคล่องลดลง แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ย เป็นต้น

เนื่องจากดิฉันมองว่าหลังวันที่ 26 ก.พ. นี้ หุ้นจะปรับตัวขึ้นจึงเห็นว่าหุ้นบางตัวสามารถเก็งกำไรได้ โดยคัดเลือกเฉพาะหุ้นที่ราคาปรับลงมาแรงและมี Beta สูง ขณะเดียวกันถ้า Foreign Holding อยู่ในระดับต่ำจะยิ่งน่าสนใจ ทั้งนี้ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยพื้นฐานเพราะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น หุ้นดังกล่าวมีในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เช่น BAY, BBL, TMB กลุ่มพลังงานมี BANPU, PTT, PTTCH, PTTEP, PTTAR, IRPC กลุ่มอสังหาฯ มี LH, QH, PS, CPN นอกนั้นตัวอื่นๆ เช่น AOT, SCC และ TRUE

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท