
คลังแจงศก.ไทยปี55โต5%
ปลัดคลัง มั่นใจ ศก.ไทยปี 55 โต 5% ชี้ ปัจจัยจากอภิมหาโครงการน้ำของรัฐบาล ยัน จัดเก็บรายได้เกิน 1.98 ล้านล้านบาทแน่นอน
ปลัดคลัง มั่นใจ ศก.ไทยปี 55 โต 5% ชี้ ปัจจัยจากอภิมหาโครงการน้ำของรัฐบาล ยัน จัดเก็บรายได้เกิน 1.98 ล้านล้านบาทแน่นอน
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณางบประมาณของกระทรวงการคลัง จำนวน 2.08 แสนล้านบาท ทั้งนี้กมธ.ส่วนใหญ่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงประสบปัญหาอุทกภัยว่ามีการปรับตัวเลขการเจริญเติบโตของตัวเลขทางเศรษฐกิจลงหรือไม่ จากเดิมที่คาดไว้ประมาณ 4.5 % งเป็นตัวเลขก่อนที่จะมีวิกฤตน้ำท่วม
นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล สส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กมธ.ซีกฝ่ายค้าน กล่าวว่า ถ้าการทำงบประมาณดังกล่าว ยังยึดตัวเลขจีดีพี จำนวน 4.5 %จะส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ ของรัฐบาลในอนาคต เพราะมีการประเมินการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเกินจริงเนื่องจากข้อเท็จจริง คือ ภาคอุตสาหกรรมและภาคเอกชนส่วนใหญ่ ต้องใช้เวลาฟื้นตัวจากผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นเวลานาน ที่สำคัญผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาพรวมของประเทศดังกล่าวจะกระทบต่อการใช้จ่ายเงินของประชาชนด้วย
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ก่อนเกิดน้ำท่วมมีการประมาณการณ์ทางเศรษฐกิจทั้งปีเอาไว้ที่ 4.5% แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมได้ประเมินว่าจีดีพีหายไปประมาณ 2%ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจจะโตเพียง 2.6% ส่วนอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 3.9% สำหรับในปี 2555 กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจโต 5% ตรงกับการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ประเมินตรงประมาณ 4%ขึ้นไป ขณะที่เศรษฐกิจโลกในปี2555ประมาณการณ์ว่าจะโตราว3.5%
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า ปี2555 เศรษฐกิจไทยโตได้ 5%แน่นอนโดยมีปัจจัยมาจากนโยบายของรัฐบาลในการซ่อมแซมประเทศส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเยียวยาภายหลังเหตุการณ์อุทกภัยจะเติบโตอย่างมากโดยเฉพาะก่อสร้างและเม็ดเงินลงทุนการบริหารจัดการน้ำซึ่งรัฐบาลเตรียมลงทุนทั้งระบบเพื่อหาทางแก้ไขอย่างยั่งยืนเป็นลักษณะเดียวกับเศรษฐกิจในต่างประเทศที่ต้องประสบกับอุทกภัยโดยมี การอัดฉีดเงินเข้ามา เช่น ญี่ปุ่น
"เชื่อว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ(กยอ.) จะมีการเสนอโครงการที่ต้องลงทุนเพื่อวางระบบการจัดการน้ำจำนวนมากภายในปี2555 โดยจะมีการกันเงินส่วนหนึ่งเอาไว้เพื่อดำเนินโครงการ ทำให้เป็นสาเหตุหนึ่งที่จะมีการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจแม้ว่าจะเป็นการกู้เงินก็ตาม แต่การกู้เงินต้องเป็นการนำไปเพื่อลงทุนไม่ใช่ไปใช้จ่ายในส่วนรายจ่ายประจำ" นายอารีพงศ์ กล่าว
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าการคาดการณ์การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2555 จำนวน 1.98 ล้านล้านบาทไม่ได้ทำเกินจริงและไม่ได้เป็นทำงบประมาณมายาเพราะปรากฏว่าตัวเลขการจัดเก็บรายได้ถึง ณ เดือนก.ย.2554อยู่ที่ 1.89 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ จึงคิดว่ากระทรวงการคลังจะสามารถจัดเก็บรายได้ตามตัวเลขที่กำหนดได้
"ศักยภาพของประเทศไทย ณ วันนี้ต่างกับประเทศในยุโรป เพราะประเทศดังกล่าวฐานเศรษฐกิจตั้งอยู่บนการไม่มีวินัยมานานแล้ว ผิดกับไทยที่มีวินัยมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐวิสาหกิจหรือรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น ดังนั้น คงเป็นไปไม่ได้ที่ไทยจะเกิดเหตุการณ์วิกฤติหนี้เหมือนในยุโรปประกอบกับตัวเลขหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ 40% ของจีดีพี ซึ่งถือว่ามีความแข็งแกร่งและศักยภาพในการกู้เงินได้" นายอารีพงศ์ กล่าว







