
ไฟแนนซ์ทูเดย์
ขออนุญาตพักรบสักวันแล้วหันมาชวนคุณผู้อ่านไปศึกษาประวัติศาสตร์
ขออนุญาตพักรบสักวันแล้วหันมาชวนคุณผู้อ่านไปศึกษาประวัติศาสตร์
โดย..ต้นกล้า
ในการบริหารจัดการประเทศในยามที่ภัยธรรมชาติมาเยือน แต่ไม่ใช่ในเมืองไทยนะครับ ผมพาคุณผู้อ่านไปฝรั่งเศสโน่น
ราววันที่ 20-21 ม.ค. ปี ค.ศ. 1910 เกิดปรากฏการณ์ประหลาดหลังคริสต์มาส เกิดฝนตกหนักสายน้ำจากท้องทุ่งไหลบ่าทะลักด้วยความเร็วสูงถาโถมเข้าใส่มหานครปารีส จนแทบทุกตารางเมตรของเมืองที่เคยศิวิไลซ์แปรสภาพกลายเป็นแม่น้ำ เมืองทั้งเมืองกลายเป็นอัมพาต ปารีสกลายเป็นทะเลสาบน้ำเนืองนองไปหมด ถนนหนทาง น้ำ ไฟ ถูกตัดขาด เมืองทั้งเมืองจมน้ำ ระดับน้ำสูงร่วม 8 เมตรครึ่ง บ้านเรือนผู้คนจมน้ำกว่า 2.5 หมื่นหลัง ผู้คนอพยพกันกว่า 2.5 แสนคน
น้ำท่วมมหานครปารีสคราวนั้น โจรผู้ร้ายชุมกว่ายุงออกพายเรือออกปล้นสะดมทั้งในยามกลางวันยันกลางคืน เพราะขาดอาหาร ขาดรายได้ จนรัฐบาล อริสติก บริอองต์ ต้องประกาศกฎอัยการศึก
ประชาชนฝรั่งเศสที่ทุกข์ยากเริ่มละทิ้งประโยชน์แห่งตน เลิกพึ่งพาการช่วยเหลือจากรัฐบาลที่ช่วยยังไงก็ไม่ทั่วถึง หันมารวมพลังกันดูแลช่วยเหลือ ปกป้องเมืองชนชั้นสูงยันชนชั้นต่ำต่างยื่นมือออกมาช่วยเหลือกันและกันอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน นักการเมืองท้องถิ่นยันระดับชาติเลิกจำแนกว่า เป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ
มีการออกกฎหมายสารพัดที่เป็นช่องทางในการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู บูรณะ และวางแผนป้องกันประเทศในระยะยาว ประชุมกันดึกดื่นท่ามกลางแสงเทียน โดยไม่มีนักการเมืองใดโดดประชุม ไม่มีใครเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก ทุกมือ ทุกสติปัญญาต่างงัดออกมาแก้ไขปัญหา จนนำมาซึ่งการวางผังเมืองที่เข้มงวดกวดขันในมหานครปารีส มีการวางยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ ระบบชลประทานจนเป็นมาตรฐานของเมืองหลวงจนป่านนี้ โปรดมองเขาแล้วดูเมืองไทยเรากันนะครับ...







