posttoday
ทัวร์หลินปิง

ทัวร์หลินปิง

14 พฤศจิกายน 2554

ผมเพิ่งกลับจากไปทัวร์ยุโรปกับตะวันออกกลางเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน วันสุดท้ายแวะไปเที่ยวดูไบด้วย

ผมเพิ่งกลับจากไปทัวร์ยุโรปกับตะวันออกกลางเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน วันสุดท้ายแวะไปเที่ยวดูไบด้วย

โดย..อรุณ จิรชวาลา

แต่ไม่ได้ไปพบนายใหญ่นะครับ เพราะไม่ได้คิดจะไปขอตำแหน่งอะไร ประกอบกับคณะของเราก็ไม่ใช่ทัวร์หลินปิงอีกด้วย

เล่าขานกันในหมู่คนไทยที่นั่นว่า นายใหญ่เป็นแม่เหล็กดึงดูดให้คนไทยไปดูไบ ไม่แพ้หลินปิงที่ดึงดูดให้คนไปเที่ยวเชียงใหม่ มีคนรู้จัก คนใกล้ชิด รวมทั้งญาติโยมของนายใหญ่เอง ที่จัดทัวร์พาคนไปพบนายใหญ่ที่นั่น

กล่าวกันว่า ค่าทัวร์จะแพงขึ้นหากมีสัญญาว่าจะได้ถ่ายรูปคู่กับนายใหญ่ และในกรณีที่เกิดความผิดพลาด ไม่ได้ถ่ายรูป ก็จะต้องคืนเงิน

แต่ถึงคณะของเราจะไม่ใช่ทัวร์หลินปิง ผมก็ยังรู้สึกว่าหนึ่งวันในดูไบคุ้มค่า เพราะได้เห็นความเวอร์ หรือความเกินพอดี หรือที่หลายคนเรียกว่าที่สุดในโลกหลายเรื่อง เช่น ได้พักในโรงแรมที่สร้างบนที่ถมทะเลใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับประทานอาหารในโรงแรมที่ค่าที่พักแพงที่สุดในโลก ได้เดินศูนย์การค้าใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งได้ปีนตึกสูงที่สุดในโลกด้วย

ถ้าไม่ได้ไปเห็นกับตาก็จะนึกภาพดูไบไม่ออก เพราะดูไบไม่เหมือนเมืองอื่นๆ ในตะวันออกกลาง แต่เหมือนเมืองใหญ่ๆ ในยุโรปและเอเชียมากกว่า คือ เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างทันสมัย และเต็มไปด้วยแสงสีในยามค่ำคืน หาภาพของความเป็นมุสลิมและความเคร่งศาสนาแทบจะไม่เจอ

ทัวร์หลินปิง

 

ดูไบเป็นสุดยอดของการสร้างวิมานในอากาศ เริ่มต้นด้วยการใช้เงินจำนวนมหาศาลที่ตนเองก็ไม่มี แต่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา เพื่อถมทะเลและเนรมิตสิ่งปลูกสร้างต่างๆ

ไม่มีเทคโนโลยีและความสามารถในการบริหารจัดการ ก็จ้างฝรั่ง เกาหลี และญี่ปุ่น มาช่วยออกแบบ ก่อสร้าง บริหารจัดการ ตลอดจนบำรุงรักษาหลังจากสร้างเสร็จ

คนพื้นเมืองบริการไม่เป็น และไม่ชอบงานบริการ ก็จ้างอินเดีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ และคนชาติอื่นๆ ในเอเชียกับแอฟริกา มาเป็นบริกร

ผลที่ได้คือความเป็นศูนย์กลางการบินและการค้าในตะวันออกกลาง มีผู้คนเข้าออกคึกคัก และเงินทองไหลสะพัด

ดูไบเป็นต้นแบบของการแปลงหนี้สินเป็นทุนที่นายใหญ่เคยพูดถึงในอดีต และอยากนำมาใช้กับประเทศไทย

แต่ถึงวันนี้ นายใหญ่คงเข้าใจแล้วว่า หากบังเอิญนายใหญ่ได้อยู่ในอำนาจต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และได้นำดูไบโมเดลมาใช้เต็มรูปแบบ ป่านนี้เศรษฐกิจไทยคงล้มลุกคลุกคลาน เป็นหนี้สินล้นพ้นตัว และอาจต้องบากหน้าตามกรีซกลับไปหาไอเอ็มเอฟอีกครั้ง

ดูไบมีข้อแตกต่างจากไทยที่สำคัญ 2 ประการ ดังนี้

หนึ่ง ดูไบมีอาบูดาบี ซึ่งเป็นญาติกัน เป็นหลักประกันและเป็นที่พึ่งพิงในยามยาก อาบูดาบีมีน้ำมันและได้สะสมความมั่งคั่งจากการขายน้ำมันเก็บไว้เป็นจำนวนมหาศาล เจ้าหนี้ของดูไบที่ยอมให้กู้มากๆ ไม่ใช่เพราะความเป็นดูไบ แต่เพราะความเป็นญาติของอาบูดาบี ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นเด่นชัดเมื่อดูไบตกอยู่ในวิกฤตทางการเงินเมื่อ 23 ปีก่อน และอาบูดาบีต้องมาช่วยอุ้ม

สอง แม้ดูไบจะไม่มีน้ำมันและกองเงินกองทองของตนเอง แต่รอบข้างเต็มไปด้วยน้ำมันและกองเงินกองทอง เงินเหล่านั้นหาที่ใช้สะดวกๆ ในบ้านของตนเองไม่ได้ เพราะภาพของความเป็นมุสลิมเคร่งศาสนา จึงต้องไหลมาใช้ข้างบ้านที่หย่อนยานกว่า

กล่าวกันว่า แค่เศรษฐีซาอุดี อาระเบียเพียงประเทศเดียว ก็นำเงินมาโปรยเล่นในดูไบปีละนับพันนับหมื่นล้านเหรียญสหรัฐแล้ว เงินเหล่านี้นี่เองที่ดูไบนำมาใช้ในการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย

หลายอย่างในดูไบได้ชื่อว่าเป็นที่สุดในโลก แต่บ่อยครั้งในความเป็นจริงเป็นที่สุดในโลกเพียงในแง่ความฟุ่มเฟือย ไม่ได้เป็นที่สุดในโลกด้านคุณภาพ

ผมขอยกตัวอย่างจากเหตุการณ์ที่ประสบมากับตัวเอง 2 เรื่อง

เรื่องแรก โรงแรม 7 ดาว ที่ตัวตึกเป็นรูปเรือใบและค่าห้องพักแพงที่สุดในโลก คณะของเราไม่หาญกล้าไปพักที่นั่น แต่ได้ไปรับประทานอาหารกลางวัน

เห็นบริเวณโดยรอบและเข้าไปในตัวตึก ก็พอจะเข้าใจได้ว่า ต้องลงทุนและใช้จ่ายจำนวนมหาศาล แต่หากไม่ดูตัวเลข ดูแต่ความงดงามและความหรูหรา ก็ไม่น่าจะต่างจากโรงแรมระดับ 5 ดาวในบ้านเรามากนัก รวมทั้งหาดทรายเทียม แม้จะสวยงาม แต่ก็ยังไม่สวยเท่าหาดทรายธรรมชาติที่ภูเก็ตหรือพังงา

รับประทานอาหารใกล้เสร็จ เราสั่งกาแฟ แต่รออยู่เป็นนานก็ไม่มา เรียกบริกรตัวดำเมี่ยมมาสอบถาม เขาก็กุลีกุจอรับคำว่าจะไปจัดการให้ แต่ก็เงียบหายไปอีก เป็นอันว่าอาหารมื้อนั้นจบลงโดยไม่มีกาแฟ และไม่เกิดความประทับใจในบริการ

เงินลงทุน 7 ดาว สถานที่และอุปกรณ์เหลือประมาณ 5 ดาว ส่วนคุณภาพบริการไม่น่าจะเกิน 3 ดาว

เรื่องที่สอง ตึกที่สูงที่สุดในโลก ค่าตั๋วแพงมากสำหรับขึ้นลิฟต์ไปชมวิวที่ชั้น 124 แต่บอกตรงๆ ว่า ความรู้สึกเมื่อมองลงมาจากชั้น 124 ไม่ต่างจากชั้น 70 กว่าของตึกใบหยกแต่ประการใด ตึกใบหยกดีกว่าด้วยซ้ำไป ที่เพียงยืนเฉยๆ พื้นก็หมุนพาเราชมวิวจนครบ 360 องศา ต่างจากดูไบที่ต้องอพยพจากหน้าต่างหนึ่งไปอีกหน้าต่างหนึ่งเอาเอง

ที่ไม่สมราคาที่สุดคือห้องน้ำ พอเปิดประตูก็ต้องผงะถอยร่น เพราะกลิ่นของเสียที่โชยออกมา

หลายคนผิดหวัง ที่อุตส่าห์เก็บของเสียในร่างกายไว้ เตรียมไปทำสถิติขับถ่ายในที่สูง

ก่อนจบอยากจะขอร้องพวกที่ไปทัวร์หลินปิงทั้งหลายว่า อย่าได้พยายามฟื้นฟูหรือเสนอแนวคิดที่จะเอาดูไบโมเดลมาใช้กับประเทศไทยอีกเป็นอันขาด ถ้าจะเอามาก็ขอเรื่องเดียว คือ เรื่องโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งต้องยอมรับว่าเขาเก่ง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท