
ดีเดย์ให้ใบอนุญาตแบงก์ใหม่
ธปท. เปิดทุนไทยตปท.ลุยปี
’57 ลั่นไม่ผ่อนคุมเข้มสินเชื่อหนี้เน่าโพสต์ทูเดย์ — ธปท.เปิดแข่งเสรีธุรกิจธนาคาร ย้ำไม่เกิน 5 ปีออกใบอนุญาตใหม่แน่
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถา “ความแข็งแกร่งของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินไทย อะไรที่ต้องทำให้สำเร็จ” ในงานไฟแนนซ์ ไทยแลนด์ 2010 ว่า ในช่วงปี 2557 ธปท.จะเปิดให้ใบอนุญาต (ไลเซนส์) กับนักลงทุนรายใหม่ ทั้งที่เป็นนักลงทุนชาวต่างชาติและนักลงทุนชาวไทย สามารถเข้ามาประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ได้เพิ่มเติม เพื่อให้ระบบธนาคารมีการแข่งขันกันมากขึ้น ส่งเสริมให้เกิดการปรับปรุงโครงสร้างให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 ที่จะนำมาบังคับใช้ในช่วงปี 25532557 (มาสเตอร์แพลน 2)
“
แต่การเปิดให้ใบอนุญาตจะเปิดให้เฉพาะในด้านที่ยังขาดหรือยังไม่มีประสิทธิภาพ เช่น การบริการทางการเงินระดับฐานราก หรือไมโครไฟแนนซ์ ธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ หรือคอนวีเนียนแบงกิง เป็นการเพิ่มความหลากหลายในระบบสถาบันการเงินไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะต่างชาติที่จะมาควรมาเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้ระบบ” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาแม้เศรษฐกิจโลกจะมีปัญหา แต่สถาบันการเงินไทยยังดีอยู่ เพราะมีเงินกองทุนหรือเงินสำรองสูง ขณะเดียวกันมีการพึ่งเงินกู้จากต่างประเทศน้อย และที่สำคัญมีการลงทุนในตราสารที่มีความซับซ้อนน้อยกว่าในต่างประเทศ แต่ ธปท.ยังมองว่าสถาบันการเงินไทยต้องปรับปรุงประสิทธิภาพให้เข้มแข็งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยังเข้มแข็งไม่พียงพอที่จะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน
สำหรับที่ผ่านมา ธปท.มีการออกกฎเกณฑ์มาควบคุมการขยายตัวของสินเชื่อครัวเรือน สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ช่วยให้ธนาคารพาณิชย์ไทยเข้มแข็งมากขึ้น สามารถทำกำไรต่อเนื่องมานานถึง 9 ปี การปล่อยสินเชื่อมีคุณภาพมากขึ้น ล่าสุดการขยายตัวของสินเชื่อเริ่มกระเตื้องขึ้น
ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในระบบลดลง เหลือประมาณ 2.52.67% ของสินเชื่อรวม หรือประมาณ 2.05 แสนล้านบาทเท่านั้น จากสิ้นปี 2551 มี 2.94% หรือ 2.18 แสนล้านบาท ด้านเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) อยู่ที่ระดับ 16% สูงกว่าเกณฑ์กำหนด 8.5% โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 สูงถึง 12%
นางธาริษา กล่าวว่า แม้สถาบันการเงินไทยในปัจจุบันจะแข็งแกร่ง แต่แนวนโยบายในการดูแลสถาบันการเงินของ ธปท.ในขั้นต่อไป ยังต้องทำอีกหลายด้าน เช่น การลดต้นทุนการบริหาร การดูแลระดับเอ็นพีแอลและสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) ให้ลดลง
อย่างไรก็ตาม ในการกำกับดูแลสถาบันการเงินให้ได้มาตรฐาน ธปท.ยังต้องให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับมาตรฐานการกำกับสถาบันการเงินของธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ ฉบับที่ 2 หรือบาเซิล 2 เพื่อให้เกิดความร่วมมือในระดับโลก และให้การดำเนินนโยบายการเงินสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน







