posttoday
Next station สมุทรสาคร อุตฯอาหารทะเลไทย สลายกับสายน้ำ

Next station สมุทรสาคร อุตฯอาหารทะเลไทย สลายกับสายน้ำ

12 พฤศจิกายน 2554

ภาวะน้ำท่วมใหญ่ที่ปัจจุบันมวลน้ำไหลหลากจากพื้นที่ลุ่มภาคกลาง และบริหารจัดการเพื่อไม่ให้กระทบเมืองหลวงสำคัญของประเทศ

ภาวะน้ำท่วมใหญ่ที่ปัจจุบันมวลน้ำไหลหลากจากพื้นที่ลุ่มภาคกลาง และบริหารจัดการเพื่อไม่ให้กระทบเมืองหลวงสำคัญของประเทศ

โดย...เพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร

ภาวะน้ำท่วมใหญ่ที่ปัจจุบันมวลน้ำไหลหลากจากพื้นที่ลุ่มภาคกลาง และบริหารจัดการเพื่อไม่ให้กระทบเมืองหลวงสำคัญของประเทศ กำลังจะขยายบริเวณไปถึง จ.สมุทรสาคร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารทะเลของประเทศไทย เป็นหนึ่งครัวอาหารทะเลที่สำคัญของโลก

จ.สมุทรสาคร เป็นจังหวัดชายฝั่งทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่ม มีแนวชายฝั่งติดกับอ่าวไทยเป็นระยะทางยาวกว่า 40 กิโลเมตร ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์และทำเลที่ตั้งดังกล่าว ทำให้ในอดีต จ.สมุทรสาคร มีผลผลิตจากการทำประมงเป็นจำนวนมาก มีอุตสาหกรรมต่อเนื่องเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำเกิดขึ้นมาก จนสมุทรสาครได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลแหล่งใหญ่ที่สุดในไทย

แม้ปัจจุบันผลผลิตจากการทำประมงในอ่าวไทยจะลดลงมาก แต่สมุทรสาครก็ยังได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารทะเลของประเทศไทย เนื่องจากมีปัจจัยเอื้อการเติบโตของอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยเฉพาะทำเลที่ตั้งที่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งถนนและท่าเทียบเรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการลำเลียงวัตถุดิบ รวมทั้งขนส่งสินค้าออกไปยังท่าเทียบเรือหลัก ก่อนส่งต่างประเทศ

โรงงานอาหารเกือบ 600 แห่งเสี่ยง

สถานการณ์น้ำทะลักจากฝั่งตะวันตกกรุงเทพฯ รวมทั้ง จ.นครปฐม คาดจะถึงสมุทรสาครไม่ช้านี้ จ.สมุทรสาคร เป็นจังหวัดเล็กๆ ประกอบด้วย 3 อำเภอ คือ อ.เมือง กระทุ่มแบน และบ้านแพ้ว พื้นที่ทั้งหมดเป็นที่ราบลุ่มและเป็นเส้นทางไหลผ่านของน้ำเพื่อลงสู่ทะเล หากมวลน้ำมหาศาลหลากเข้ามาได้ คาดอุตสาหกรรมอาหารกว่า 585 แห่ง อาจต้องหยุดกิจการชั่วคราว และแรงงานจำนวนนับแสนคนต้องตกงานโดยปริยาย จะส่งผลกระทบทางอ้อมทำให้สินค้าอาหารบางรายการขาดตลาด การลำเลียงสินค้าทั้งวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปชะงัก และยังกระทบต่อเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้ป้อนวัตถุดิบให้กับโรงงานอีกด้วย (ตารางที่ 1)

สมุทรสาคร ยุทธศาสตร์อุตฯอาหารทะเลไทย

ปัจจุบันสมุทรสาครมีโรงงานอาหารทะเล 265 แห่ง หรือ 46% ของโรงงานอาหารทั้งหมดในจังหวัด หากเทียบกับจำนวนโรงงานอาหารทะเลทั้งหมดในประเทศไทย สมุทรสาครคิดเป็นเกือบ 30% ของโรงงานอาหารทะเลที่มีประมาณ 1,000 แห่งทั่วประเทศ และยังเป็นที่ตั้งของโรงงานอาหารทะเลขนาดใหญ่ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากกว่า 30 บริษัท

จากการประเมินเบื้องต้นโดยทีมงานวิจัยของสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม พบว่าผลผลิตอาหารทะเลแปรรูปใน จ.สมุทรสาคร มีกว่า 50% ของผลผลิตอาหารทะเลโดยรวม ดังนั้นสมุทรสาครจึงเปรียบเสมือนจังหวัดยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศไทย หากน้ำท่วมผลผลิตรวมทั้งขนส่งสินค้าไม่ได้ อุตสาหกรรมอาหารทะเลรวมทั้งอุตสาหกรรมอาหารโดยรวมของไทยจะเข้าสู่ภาวะวิกฤต ทั้งบริโภคในประเทศและส่งออก ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่อันดับ 7 ของโลก โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเล เช่น กุ้งและปลาทูน่า ซึ่งไทยส่งออกอันดับ 1 ของโลกทั้งสองรายการ

สำหรับสินค้าอาหารทะเลที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กุ้ง ปลาทูน่า ปลาหมึก ปลาทะเลต่างๆ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์กุ้งและปลาทูน่าเป็นสินค้าที่เน้นผลิตเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ 95% ของผลผลิตรวม “เฉพาะในปี 2553 ประเทศไทยมีรายได้จากการส่งออกอาหารทะเลมูลค่า 219,624 ล้านบาท หรือ 27% ของรายได้จากการส่งออกอาหารโดยรวม ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการส่งออกกุ้งและปลาทูน่าสูงถึง 70% ของมูลค่าส่งออกอาหารทะเลของไทย โดยส่งออกกุ้งกว่า 1 แสนล้านบาท ทูน่ากระป๋องเกือบ 6 หมื่นล้านบาท (ภาพที่ 2)

หากสมุทรสาครท่วม กระทบทั้งมูลค่าภาพลักษณ์

หากน้ำท่วม จ.สมุทรสาคร แบบเบ็ดเสร็จ จะทำให้ผลผลิตอาหารทะเลสมุทรสาครกว่า 50% ของผลผลิตอาหารทะเลรวมของไทยเสียหาย และกระทบมูลค่าการค้าอาหารทะเลในสัดส่วนเดียวกัน โดยธุรกิจจะเสียโอกาสทางการค้าเดือนละ 1.8 หมื่นล้านบาท จากรายได้ประมาณการในปี 2554 คาด 2.16 แสนล้านบาท

หากคิดสัดส่วนส่งออก 95% ต่อการบริโภคภายในประเทศ 5% จะทำให้รายได้ส่งออกลดลงเดือนละ 1.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ความเสียหายต่อโรงงาน เครื่องมือเครื่องจักรกว่า 4 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ป้อนวัตถุดิบ โดยเฉพาะกุ้งซึ่งเป็นสินค้าหลักในกลุ่มอาหารทะเลที่สินค้าอาจขายไม่ออก เพราะกำลังผลิตโรงงานที่เหลืออยู่มีไม่พอที่จะรับได้ กระทบเกษตรกรเลี้ยงกุ้ง ขณะที่วัตถุดิบอาหารทะเลโดยเฉพาะทูน่าที่นำเข้าอาจต้องชะลอตัวลง ผลิตภัณฑ์ทูน่าในตลาดโลกก็อาจขาดแคลน ราคาสูงขึ้น เนื่องจาก “ไทยเป็นผู้ผลิตทูน่ากระป๋องรายใหญ่ของโลก มีสัดส่วนเกือบครึ่งของผลผลิตทูน่ากระป๋องโลก และที่สำคัญแหล่งผลิตคือที่สมุทรสาคร”

นอกจากอุตสาหกรรมอาหารทะเลแล้ว สมุทรสาครยังเป็นแหล่งที่ตั้งโรงงานอาหารประเภทอื่นๆ เช่น โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ เครื่องปรุงรส ผักผลไม้ และอาหารสัตว์ เป็นต้น ซึ่งประมาณการว่าโรงงานเหล่านี้มีรายได้หลักปีละ 3.7 หมื่นล้านบาท หรือเดือนละกว่า 3,000 ล้านบาท

อาหารทะเลกระป๋องส่อขาดตลาด

ปลากระป๋องเป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมในช่วงเกิดภาวะน้ำท่วม เพราะสะดวกในการบริโภคและเก็บไว้ได้นาน แต่หากแหล่งผลิตสำคัญใน จ.สมุทรสาคร ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม จำต้องหยุดการผลิตชั่วคราว จะส่งผลทำให้อาหารทะเลแปรรูปโดยเฉพาะปลากระป๋อง รวมทั้งอาหารทะเลพร้อมปรุงแช่แข็ง มีแนวโน้มจะขาดตลาดมากขึ้น และสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้นหากถนนพระราม 2 ถูกตัดขาด เพราะเส้นทางลำเลียงสินค้าจากภาคใต้ (ภาคใต้เป็นที่ตั้งโรงงานผลิตอาหารแหล่งใหญ่อีกแห่งหนึ่ง) เพื่อเข้าสู่จังหวัดภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพฯ

ตัวอย่างที่สำคัญ เช่น บริษัทผู้ผลิตปลากระป๋องรายสำคัญที่อยู่ใน จ.สมุทรสาคร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ ผู้ผลิตและจำหน่ายปลากระป๋องยี่ห้อ “ซีเล็คท์” (Sealect) ผลิตสินค้า 3 กลุ่ม คือ กลุ่มปลาซาร์ดีน กลุ่มปลาแมกเคอเรล และกลุ่มปลาทูน่าบรรจุกระป๋อง บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดปลากระป๋อง 13% หรือ 650 ล้านบาท ของตลาดในประเทศ 5,000 ล้านบาท

ส่วนบริษัทผู้ผลิตอาหารทะเลพร้อมปรุงแช่แข็งรายสำคัญที่อยู่ใน จ.สมุทรสาคร เช่น บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารทะเลแช่แข็งยี่ห้อ “พรานทะเล” ที่มีส่วนแบ่งตลาด 9.2% หรือ 148 ล้านบาท ของมูลค่าตลาดในประเทศทั้งหมดกว่า 1,600 ล้านบาท

อุตฯอาหารทะเลป่วน ฉุดส่งออกภาพลักษณ์

สถาบันอาหารคาดการณ์การส่งออกอาหารไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ 238,474 ล้านบาท ขยายตัว 18.2% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และภาพรวมการส่งออกอาหารไทยปี 2554 คาดมูลค่า 970,533 ล้านบาท โต 20.9%

แต่ภายหลังเกิดน้ำท่วม คาดจะกระทบการผลิตการค้าอาหารไทยไตรมาส 4 ปีนี้จนถึงต้นปีหน้า โดยการส่งออกในไตรมาสสุดท้ายน่าจะลดลงประมาณ 2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่าส่งออก 2.2 แสนล้านบาท ขยายตัว 9.1% และภาพรวมการส่งออกทั้งปีคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 9.5 แสนล้านบาท ขยายตัว 18.4%

ตัวเลขที่กล่าวตอนต้น เป็นการประเมินในกรณีที่น้ำยังไม่ได้ทำความเสียหายแก่อุตสาหกรรมอาหารใน จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีโรงงานอาหารโดยเฉพาะโรงงานผลิตอาหารทะเลกระจุกตัวอยู่เป็นจำนวนมาก หากน้ำท่วมในสมุทรสาครแบบท่วมขังทำให้เกิดปัญหา รวมผลกระทบและความเสียหายแล้ว คาดว่าจะส่งผลทำให้การส่งออกอาหารโดยรวมของไทยลดลงอีกเดือนละ 1.85 หมื่นล้านบาท (อาหารทะเล 1.7 หมื่นล้านบาท และอาหารอื่นๆ 1,500 ล้านบาท) และภาพรวมการส่งออกทั้งปีคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 9.13 แสนล้านบาท (ลดลงจากที่ประมาณการ 9.5 แสนล้านบาท)

สำหรับสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากไปหาน้อย ในกรณีของสินค้าอาหารทะเล ได้แก่ กุ้ง ทูน่ากระป๋อง ปลาอื่นๆ บรรจุกระป๋อง และปลาหมึก ตามลำดับ (ตารางที่ 3)

แนวโน้มอุตฯส่งออกอาหาร และภาพลักษณ์แหล่งผลิตโลก

หากพิจารณาในแง่อุปสงค์ การส่งออกอาหารไทยปี 2555 คาดว่ายังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความต้องการอาหารในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นตามรายได้และจำนวนประชากร แต่ในแง่อุปทานอาจเป็นข้อจำกัดของการผลิตและส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมอาหารไทยในปีหน้า โดยปัจจัยเสี่ยงนอกจากราคาสินค้าเกษตรที่คาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในเกณฑ์สูง เนื่องจากการลดลงของปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรในประเทศผู้ผลิตสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประสบภาวะน้ำท่วมแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการฟื้นตัวของโรงงานอาหารของไทยที่ถูกน้ำท่วมอีกด้วย

ในกรณีที่โรงงานฟื้นตัวกลับมาผลิตได้ล่าช้าไปในแต่ละเดือน คาดว่าจะทำให้มูลค่าส่งออกอาหารลดลงเดือนละ 2.5 หมื่นล้านบาท หรือหากยืดเยื้อไปเป็น 1 ไตรมาส มูลค่าส่งออกจะลดลง 7.5 หมื่นล้านบาท แต่หากสถานการณ์ได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว โรงงานอาหารสามารถกลับมาผลิตได้ในเดือนแรกของปี 2555 จะยังคงประมาณการส่งออกปี 2555 ไว้ที่ 9.5 แสนล้านบาท และสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นบวกได้

อีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องพิจารณาอย่างสำคัญ ภาพลักษณ์ในอุตสาหกรรมอาหารของไทย ในฐานะแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก สิ่งที่ตามมาในปัญหาน้ำท่วมขังในประเทศไทย ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในข้อสงสัยของคุณภาพน้ำในการผลิตอุตสาหกรรมอาหารของไทย ผู้ซื้อจากต่างประเทศเริ่มส่งสัญญาณในการตั้งข้อสังเกต เช่น องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐ (FDA) ทำหนังสือมายังผู้ประกอบการขอตรวจสอบอาหารทะเลที่ส่งออกไปยังสหรัฐ ขอตรวจสอบ 100% เนื่องจากเกรงปัญหาการปนเปื้อนของเชื้อโรคและสารเคมีต่างๆ จากปกติจะเพียงการสุ่มตรวจเพียงบางตู้คอนเทนเนอร์เท่านั้น

แม้การตรวจสอบอย่างเข้มงวดกับกุ้งที่ส่งออกของ FDA ยังไม่ได้สร้างความวิตกกังวลหรือส่งผลกระทบต่อการส่งออกมากนัก เพราะผู้ประกอบการใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากทางภาคตะวันออกและภาคใต้ ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม ผู้ประกอบการคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อความล่าช้าในการนำส่งวัตถุดิบและต้นทุนด้านค่าใช้จ่าย

แต่หากพิจารณาถึง “การที่น้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานานและก่อให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย ย่อมจะส่งผลต่อ
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท