posttoday
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยึดหลัก 3Cs สู้วิกฤตน้ำท่วม

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยึดหลัก 3Cs สู้วิกฤตน้ำท่วม

09 พฤศจิกายน 2554

สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันยังคงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับคนกรุงเทพมหานคร (กทม.)

สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันยังคงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับคนกรุงเทพมหานคร (กทม.)

และปริมณฑล ทุกบริษัทต่างก็ประสบกับปัญหาและได้รับผลกระทบ แต่ละบริษัทต่างมีทิศทางการบริหารวิกฤตที่แตกต่างกันไป ซึ่ง บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศไทย ก็มีแนวทางในการบริหารที่น่าสนใจไม่น้อย

ทั้งนี้ อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร ได้ยึดเป็นแนวทางปฏิบัติในการบริหารงานในช่วงภาวะวิกฤต แม้ว่าในขณะนี้โรงงานประกอบรถยนต์ ศูนย์บริการกลาง และสำนักงานใหญ่ อาคารรัจนาการ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็ตาม แต่บริษัทก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้เตรียมแผนและมาตรการป้องกันต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยึดหลัก 3Cs สู้วิกฤตน้ำท่วม

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดที่อเล็กซานเดอร์ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากคือ บุคลากรของบริษัท จึงได้นำแนวคิดจากประสบการณ์การทำงาน นั่นก็คือหลัก “3Cs” เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงเพื่อความอยู่รอดของบริษัทและความปลอดภัยของพนักงาน โดยสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งประกอบด้วย

Common Sense หรือสามัญสำนึก เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ กล่าวคือ ต้องลืมเรื่องระบบระเบียบไปเสียบ้าง แล้วคิดถึงสภาพความเป็นจริงว่าจะต้องให้ความช่วยเหลือกับใคร ที่ไหน เมื่อไร และอย่างไร เช่น การช่วยเหลือพนักงานที่บ้านได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม อันดับแรกที่ควรคำนึงถึงคือ การช่วยเหลือเรื่องที่พักที่แห้งและปลอดภัยสำหรับพนักงาน โดยบริษัทได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นในรูปของเงินช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 1.5 หมื่นบาท พร้อมกับเงินเดือนที่มีการปรับเวลาจ่ายให้เร็วขึ้นกว่าเดิม

รวมถึงการจัดหาที่พักชั่วคราว เพราะผู้ที่เดือดร้อนจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเรื่องที่พักพิงอย่างเร่งด่วน หรือจะเป็นการช่วยเหลือในรูปแบบอื่น เช่น การจัดหาน้ำดื่ม เป็นต้น โดยต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิต ความล่าช้าหรือการไม่ได้รับความช่วยเหลือจะทำให้พวกเขาเจ็บป่วยหรือท้อแท้ได้

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เลื่อนการจ่ายโบนัสสำหรับพนักงานให้เร็วขึ้น จากเดือน ธ.ค. เป็นเดือน พ.ย. เพื่อให้พนักงานสามารถนำเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายในช่วงภาวะวิกฤตได้

รวมทั้งบริษัทได้ยกเลิกการจัดงานรื่นเริงสังสรรค์สำหรับงานปีใหม่ และนำงบประมาณในการจัดงานสังสรรค์มาบริจาคให้แก่หน่วยงานการกุศล เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยต่อไป

ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทร่วมกับพนักงานและผู้จำหน่ายเมอร์เซเดสเบนซ์ อย่างเป็นทางการ ได้มอบเงินบริจาคจำนวน 2,292,800 บาท เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้แก่สภากาชาดไทยด้วย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยึดหลัก 3Cs สู้วิกฤตน้ำท่วม

 

นอกเหนือจากการดูแลทุกข์สุขของพนักงานที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว การปกป้องทรัพย์สินของบริษัทและยนตรกรรมที่เตรียมพร้อมจะส่งมอบให้แก่ลูกค้า ก็นับเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใช้สามัญสำนึกเช่นกัน ดังนั้น เมอร์เซเดสเบนซ์ จึงได้มีมาตรการการป้องกันที่รัดกุม โดยต้องแน่ใจว่าอาคารสถานที่และโรงงานของเราปลอดภัยจากน้ำท่วม รถยนต์ทุกคันจะต้องถูกเก็บรักษาเป็นอย่างดีในที่ปลอดภัยก่อนที่จะส่งมอบให้แก่ลูกค้า ซึ่งคาดว่าสถานการณ์นี้จะคงอยู่ต่อไปอย่างน้อย 4 สัปดาห์

“คนเรามักจะทำอะไรน้อยเกินไป และล่าช้าไปกว่าที่ต้องทำอยู่เสมอ เพราะเราติดกับดักที่ว่าเรามีหวังว่ารอด แต่อย่าลืมว่ามีความคิดเฉียบคมของผู้คนรอบตัวมากมายที่สามารถนำมาใช้ได้ อย่างเช่นคำแนะนำดีๆ จากบริษัทอื่น ซึ่งเราสามารถนำมาใช้ออกเป็นมาตรการเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของบริษัทได้ เช่น การเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกนอกเมืองไปอยู่ในที่ปลอดภัย หรือการหมั่นตรวจดูปั๊มน้ำว่ายังทำงานอยู่หรือไม่ สำหรับข้อคิดในการให้บริการแก่ลูกค้าสามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะเจาะในสถานการณ์วิกฤตได้อีกด้วย นั่นก็คือ “สิ่งสำคัญอยู่ที่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นั่นเอง”

Communication หรือสื่อสาร ทางเมอร์เซเดสเบนซ์ ได้ติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับพนักงานของบริษัทมาโดยตลอดว่าพวกเขาเป็นอยู่อย่างไรบ้าง โดยให้ผู้จัดการทั่วไปเป็นผู้สอบถามและรวบรวมข้อมูลส่งต่อให้กับฝ่ายบุคคลและฝ่ายบริหาร การทำเช่นนี้ไม่ต้องใช้โครงสร้างที่ใหญ่โตอะไร แต่ต้องมีความยืดหยุ่นได้ดี โดยผู้บริหารสูงสุดจะต้องเป็นผู้ที่อยู่ด้านบนสุดของโครงสร้างการสื่อสารนี้ด้วยตนเอง ไม่สามารถให้ผู้อื่นรับหน้าที่แทนได้ ซึ่งเราเน้นการใช้ข้อความ SMS และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งการจัดโครงสร้างการสื่อสารที่ยืดหยุ่นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าใช้งานได้ดีแม้จะอยู่ในที่ห่างไกล แม้แต่แพทย์ของบริษัทที่อยู่ในประเทศเยอรมนีก็สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพที่จะต้องประสบในช่วงภาวะวิกฤตนี้ได้ โดยการสื่อสารด้วยวิธีดังกล่าวคือ ระบบสำรองสำคัญซึ่งผู้บริหารต่างชาติแต่ละคนควรนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการช่วยดูแลสุขภาพของคนในทีม แม้กระทั่งน้ำดื่มที่สะอาดก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่างที่ทราบกันดี หากไม่แน่ใจว่าน้ำสะอาดพอ ควรต้มจนเดือดอย่างน้อย 20 นาทีหรือใช้สารบำบัดน้ำเพื่อการดื่มก่อน

Care หรือใส่ใจดูแล ซึ่งในช่วงเวลานี้นับเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของทีมผู้บริหารว่าเป็นที่น่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด เพราะถือว่าเป็นกลุ่มคนที่สำคัญที่สุดเมื่อเกิดภาวะวิกฤต ซึ่งเรามักจะพูดถึงบริษัทว่าเป็นอีกครอบครัวหนึ่งของเรา ตอนนี้ถึงเวลาที่เราจะต้องพิสูจน์คำพูดนี้ ด้วยการทำให้พนักงานทุกระดับได้เห็นจริง

ทั้งนี้ เพราะการให้ความเอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกันเป็นเสมือนออกซิเจนที่หล่อเลี้ยงชีวิต และเป็นหลักสำคัญที่ผู้บริหารต้องให้ความทุ่มเทอย่างมาก ซึ่งการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน หมายถึงการติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับพนักงาน เพื่อให้บริษัทสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารของพนักงานได้อย่างรวดเร็วว่าพวกเขาขาดเหลือสิ่งใด ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใด และบริษัทจะต้องให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขาอย่างไรโดยไม่ลังเล เป็นไปด้วยสามัญสำนึก ปราศจากการเมืองและความถือตน เพราะช่วงเวลาดังกล่าวนี้คือช่วงเวลาที่เราจะแสดงออกถึงจิตวิญญาณที่แท้จริงของความเป็นครอบครัว พร้อมกับสร้างวัฒนธรรมองค์กรอันล้ำเลิศในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลโดยไม่จำเป็นต้องพูดว่าจะทำ

จากหลัก “3Cs” ที่มาจากประสบการณ์จริงของอเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ผู้บริหารค่ายรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศไทย ผู้ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นมานานหลายปี ประสบกับภัยธรรมชาติ อาทิ เหตุการณ์แผ่นดินไหวหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เมืองโกเบ ได้นำหลักแนวคิดนี้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อความอยู่รอด และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นหลักการที่ใช้ได้จริง ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใดหรือในวิกฤตครั้งใดก็ตาม  

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน