
เริ่มสูบน้ำโรจนะแล้วคาดเสร็จ16ธ.ค.
"ยิ่งลักษณ์" กดปุ่มเดินหน้าสูบน้ำที่โรจนะ คาดสูบเสร็จ 16 ธ.ค.ยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเอกชนทุกทาง
"ยิ่งลักษณ์" กดปุ่มเดินหน้าสูบน้ำที่โรจนะ คาดสูบเสร็จ 16 ธ.ค.ยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเอกชนทุกทาง
เมื่อวันที่ 8 พ.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมากดปุ่มเครื่องสูบน้ำที่เขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยกล่าวว่า เขตประกอบการฯโรจนะมีพื้นที่ทั้งหมด 3 เฟส โดยจะเริ่มสูบน้ำออกพร้อมกัน เพื่อฟื้นฟูโรงงานในพื้นที่ให้เร็วที่สุด โดยในพื้นที่เขตประกอบการฯโรจนะมีเครื่องสูบน้ำทั้งหมดจำนวน 247 เครื่อง ซึ่งการสูบน้ำจะสูบลงคลอง และจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างแน่นอน โดยคาดว่าจะใช้เวลาสูบน้ำออกหมดในวันที่ 16 ธ.ค. 2554 และจะมีโรงงานเริ่มกลับมาผลิตได้บ้างแล้ว
ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้มีแผนฟื้นฟูพื้นที่ไว้อยู่แล้ว โดยภาครัฐจะช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูในทุกๆ ทาง โดยมาตรการความช่วยจากภาครัฐ เช่น การลดภาษีนำเข้าเครื่องจักร และนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นต้น
"ต้องรีบฟื้นฟูภาคการผลิตให้กลับมาโดยเร็ว เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัว และเกิดการจ้างงานอีกครั้ง" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
สำหรับนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ก็จะดำเนินการโดยเร็วเช่นเดียวกัน แล้วแต่พื้นที่ ซึ่งขณะนี้นิคมฯไฮเทคอยู่ระหว่างการสูบน้ำเช่นเดียวกัน
น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า การกู้เขตประกอบการฯโรจนะจะสูบน้ำช่วง 2 สัปดาห์หลังจากนี้ เพราะโรจนะมีพื้นที่จำนวนมากแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 เฟส ทั้งนี้หลังจากสูบน้ำและนำเครื่องจักรออกมาจะเร่งทำความสะอาดและซ่อมบำรุงทันที
ขณะเดียวกันกระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำและดินภายในบริเวณโรงงานซึ่งอยู่ในขั้นตอนการฟื้นฟูก่อนกลับมาผลิตอีกครั้ง
นายขจรศักดิ์ มหวรรณคุณ ที่ปรึกษาบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ กล่าวว่า เขตประกอบการฯโรจนะได้เริ่มสูบน้ำตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.แล้ว โดยเริ่มสูบน้ำในพื้นที่เฟส 3 ก่อน และภายใน 2-3 วันจากนี้จะสูบน้ำในเฟส 2 เพราะระดับน้ำลดลงจนเห็นคันดินโดยรอบประมาณ 50-60% แล้ว ส่วนเฟส 1 น้ำยังสูงกว่าคันดินกว่า 10 เซนติเมตร
"การสูบน้ำกำหนดไว้ประมาณ 1 เดือน จากเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่และเล็กจำนวน 147 เครื่องซึ่งบริษัทติดตั้งแล้วครบ 100% แต่หากรัฐบาลให้ความช่วยเหลือเรื่องสูบน้ำกำหนดเวลาจะลดลง ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ประสานจะส่งเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก 100 เครื่อง และวันที่ 8 พฤศจิกายนจะส่งมาก่อน 8 เครื่อง"นายขจรศักดิ์กล่าว
ทั้งนี้ ระหว่างที่บริษัทเริ่มสูบน้ำพบว่าผู้ประกอบการบางรายยังนำเรือเข้าไปในพื้นที่เพื่อกู้เครื่องจักรไปทำความสะอาด และซ่อมบำรุง แต่ไม่ส่งผลต่อแผนการสูบน้ำ
สำหรับแผนการก่อสร้างคันคอนกรีตถาวร แม้เอกชนจะต้องการให้รัฐบาลร่วมลงทุน เพราะเป็นการลงทุนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ แต่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือเรื่องสินเชื่อ เอกชนจึงไม่มีทางเลือก อย่างไรก็ตามบริษัทจะเร่งออกแบบคันกั้นให้เป็นไปตามมาตรฐาน ปัจจุบันกำลังออกแบบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น(ไจก้า)







