
บจ.กำไรปีนี้โต9%
‘ภัทร’คาดกลุ่มแบงก์เจ็บช่วงสั้น ตลาดหุ้นเงียบเหงาลงตามเอเชีย
‘ภัทร’คาดกลุ่มแบงก์เจ็บช่วงสั้น ตลาดหุ้นเงียบเหงาลงตามเอเชีย
โบรกเกอร์เตรียมหั่นเป้ากำไร บจ.ปีนี้เหลือเลขหลักเดียว น้ำท่วมฉุดผลงานไตรมาส 4 เอเซียพลัสคาดสูญ 2 หมื่นล้าน ภัทร ฟันธงกลุ่มแบงก์กระทบสั้น
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้บังคับบัญชาสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน (CNS) เปิดเผยว่า บริษัทกำลังทบทวนประมาณการอัตราการเติบโตกำไรสุทธิต่อหุ้นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปีนี้เหลือเลขหลักเดียว อาจจะลดเหลือประมาณ 9% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตจากปีก่อน 13.5% แม้ว่าในไตรมาส 3 บริษัทหลายแห่งจะยังมีกำไรที่สูงมากก็ตาม
สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลให้กำไรของกลุ่มบริษัทที่เสียหายจะเติบโตลดลง 40-50% ในไตรมาส 4 ปีนี้ ทั้งกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ นิคมอุตสาหกรรม ประกันภัย และท่องเที่ยว สำหรับกลุ่มพลังงาน กำไรน่าจะลดลง 1020% ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ต้องมีการประเมินตัวเลขสำรองหนี้เสียก่อนประมาณการกำไร
ด้าน บล.ภัทร ประเมินว่ากรณีเลวร้ายสุดกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะได้รับผลกระทบในไตรมาส 4 แต่คาดว่าเป็นระยะสั้น เพราะภายใน 6 เดือน หลังน้ำลด ธนาคารรัฐจะมีแพ็กเกจช่วยเหลือผู้ประกอบการรวม 3.25 แสนล้านบาท จะช่วยคลายกังวลเรื่องคุณภาพสินทรัพย์และปีหน้าสินเชื่อจะกลับมาเติบโตสูงตามความต้องการหลังน้ำลด
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของกลุ่มธนาคารคือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่จะฉุดการส่งออกให้ชะลอตัวซึ่งเป็นปัญหาสำหรับการฟื้นเศรษฐกิจและสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจฟื้นกิจการ
บล.เอเซีย พลัส คาดว่าไตรมาส 4 กำไรสุทธิของ บจ.น่าจะหายไป 20,812 ล้านบาท หรือ 2.48 บาทต่อหุ้น หดตัวจากประมาณการเดิม 2.83% คงเหลือจำนวน 84.92 บาท โดยกลุ่มวัสดุก่อสร้างหายไปมากที่สุดราว 4,757 ล้านบาท ตามมาด้วยกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยประมาณ 3,315 ล้านบาท กลุ่มขนส่ง 2,630 ล้านบาท กลุ่มยานยนต์ 1,818 ล้านบาท ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 1,532 ล้านบาท
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ในช่วง 1 เดือน ที่เกิดอุทกภัย นักวิเคราะห์ได้ทบทวนกำไรของปีนี้ พบว่าตลาดโดยรวมโตลดลง 2.1% และกลุ่มขนส่งรูดลงแรงที่สุด 12.8% เทียบกับประมาณการเดิม
“ผมคาดว่าในปีนี้ดัชนีน่าจะขึ้นไปอยู่ที่ 980-990 จุดเท่านั้น ส่วนแนวโน้มปีหน้าหากพิจารณาจากกรณีไม่ปกติ เช่น ตอนเลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลายปี 2552 ตลาดซื้อขายที่พีอี 7.5 เท่า ดัชนีจะมีโอกาสลงลึกถึง 707.3 จุด แต่กรณีปกติพีอีต่ำสุดปี 2550 ดัชนีก็มีโอกาสเห็นระดับ 1,084.5 จุด ในปีหน้า และยังคงยืนยันว่าหุ้นกลุ่มพลังงานมีโอกาสปรับตัวขึ้นดีกว่าตลาด” นายวิศิษฐ์ กล่าว
บริษัท เอ็ม.ซี.เอส.สตีล (MCS) ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เปิดเผยว่า กำไรสุทธิพุ่งขึ้น 356% เป็น 137 ล้านบาท หรือ 0.27 บาท ในไตรมาส 3 และรวม 9 เดือนโตเพียง 2% เป็น 479 ล้านบาท หรือ 0.96 บาท โดยตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้จัดพนักงานเข้าไปทำงานในโรงงานประมาณ 75% ของกำลังการผลิต และคาดว่าจะทำงานได้ทั้งหมดในวันที่ 12 พ.ย.นี้
นายสามิตต์ ผลิตกรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ (SNC) เปิดเผยว่า กำไรสุทธิในไตรมาส 4 จะน้อยกว่าไตรมาส 3 และช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมส่งผลให้กำลังการผลิตหายไป 30% จากปกติเดินเครื่อง 60-70% แต่ยังคงยืนยันว่ากำไรทั้งปีนี้จะโตมากกว่า 40% จากปีก่อน แต่มีรายได้เพียง 9,200 ล้านบาท โต 10 %
ตลาดหุ้นเงียบเหงา มูลค่าการซื้อขายบางเฉียบ 14,253 ล้านบาท ดัชนีอ่อนตัวตามเพื่อนบ้าน 1.29 จุด ปิดที่ 956 จุด นักลงทุนต่างชาติซื้อต่อ 107 ล้านบาท โดยเฉพาะยูบีเอสเก็บมากถึง 797 ล้านบาท และรายย่อยช่วยซื้อ จำนวน 872 ล้านบาท







