
ดีแทคลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนในเครือข่ายไร้สาย
ก๊าซคาร์บอนจากมือถือ เป็นหนึ่งในตัวการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ล่าสุดดีแทคเริ่มนำเทคโนโลยีสีเขียวมาใช้เพื่อรองรับการใช้บริการที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
ก๊าซคาร์บอนจากมือถือ เป็นหนึ่งในตัวการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ล่าสุดดีแทคเริ่มนำเทคโนโลยีสีเขียวมาใช้เพื่อรองรับการใช้บริการที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
ดีแทค เดินหน้ารับมือการเติบโตของการใช้บริการข้อมูลผ่านมือถือพร้อมๆ ไปกับการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย ดีแทคได้ใช้โซลูชั่นด้านพลังงานของโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส ในการปรับปรุงเครือข่ายด้วยโครงสร้าง เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายและลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอน
รอล์ฟ มาร์ทินุเซ่น ซีทีโอของดีแทค กล่าวว่า “เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ green technology เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของเทเลนอร์ซึ่งเราดำเนินตาม และด้วยความเชี่ยวชาญของโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส ที่ให้คำปรึกษาและปรับปรุงเครือข่ายของเรา ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานของเครือข่ายลงได้”
ด้วยสถานีฐาน Flexi EDGE ที่มาพร้อมคุณสมบัติในการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ศักยภาพของระบบซอฟท์สวิตช์ที่ทันสมัยและการอัพเกรดประสิทธิภาพของเครือข่ายช่วยให้เราสามารถลดจำนวนเครือข่ายส่วนกลาง (core networks) ลงได้ รวมถึงวิธีการอื่นที่ซับซ้อนน้อยกว่า เช่น การปรับปรุงระบบการระบายอากาศเพื่อลดความต้องการในการใช้เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการใช้พลังงาน การปล่อยก๊าซคาร์บอนและต้นทุนการปฏิบัติลงได้อย่างมาก”
ฐิติพันธุ์ วรกุลลัฏฐานีย์ หัวหน้าทีมดูแลลูกค้าดีแทค ของโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส กล่าวว่า ได้สนับสนุนดีแทคในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอน ด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายส่วนกลางและเครือข่ายวิทยุ (radio networks) ที่มีศักยภาพที่เพิ่มมากขึ้นและมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลง ช่วยให้ดีแทคสามารถแข่งขันได้ในตลาดที่อิ่มตัวมากขึ้นและดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ภายใต้ข้อตกลงนี้ โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส จะเป็นผู้จัดหาแพลทฟอร์มระบบซอฟท์สวิตช์ไร้สายรุ่นล่าสุดที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากเครือข่ายส่วนกลางของดีแทคลงได้อย่างมากด้วยการลดจำนวนสถานีฐานลง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถทำการลดจำนวนของ transcoder node ด้วยการใช้นวัตกรรมซอฟ์ทแวร์ใหม่ที่ทำหน้าที่เดียวกันแทน และทำการปรับปรุงระบบการระบายอากาศ ณ จุดที่ตั้งเครือข่ายเพื่อลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศ ส่วนประกอบต่างๆ ที่ทำการปรับปรุงใหม่เหล่านี้ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงอย่างน้อย 60% เปรียบเทียบกับอัตราการปล่อยก๊าซของปริมาณการใช้เครือข่ายเดิมที่ให้บริการได้ครอบคลุมเท่ากัน







