
หุ้นเช้า7พ.ย.ปิดบวก4.74
หุ้นเช้า7พ.ย.ปิดบวก4.74 จุดแต่วอลุ่มบางเฉียบแค่ 6,645.52 ล้านบาทเท่านั้น
หุ้นเช้า7พ.ย.ปิดบวก4.74 จุดแต่วอลุ่มบางเฉียบแค่ 6,645.52 ล้านบาทเท่านั้น
ดัชนีหุ้นไทยปิดทำการในช่วงครึ่งวันเช้าของวันที่ 7พ.ย.ที่ระดับ 962.04 จุดบวก 4.74 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบางมากเพียง 6,645.52 ล้านบาท เท่านั้น
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.PTTGC ปิดที่ 64.50 บาท ลดลง 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 490.99 ล้านบาท
2.PTT ปิดที่ 295.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 415.08 ล้านบาท
3.BANPU ปิดที่ 578.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 352.06 ล้านบาท
4.INTUCH ปิดที่ 38.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 338.88 ล้านบาท
5.HMPRO ปิดที่ 9.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท มูลค่าการซื้อขาย 317.61 ล้านบาท
บล.พัฒนสินระบุว่า ดัชนี วันนี้ จะมี กรอบ แนวรับที่ 948 และ 945จุด แนวต้าน ที่970และ973จุด ตามลำดับ ด้วยปริมาณการซื้อขายปานกลาง ซึ่งนักลงทุนยังคงกังวลกับความไม่แน่นอนของการเมืองกรีซ ขณะที่ รายงานจ้างงานสหรัฐฯที่แย่กว่าคาด น้ำท่วมที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ชั่นในกทม.มากขึ้น จะส่งผลให้นักลงทุนสถาบันทยอยลดพอร์ต หรือเลือกลงทุนรายหลักทรัพย์โดย เน้นกลุ่มที่คาดว่าจะรายงานกำไรดี และกลุ่มที่อาจฟื้นตัวจากมาตรการฟื้นฟูประเทศของทางการ คำแนะนำการลงทุนวันนี้ ทยอยขาย โดยเฉพาะบริเวณเหนือ 973 จุดขึ้น
บล.เอเซีย พลัส ประเมินผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้ ส่งผลต่อบริษัทจดทะเบียนในงวดไตรมาส 4 ที่คาดว่ากำไรสุทธิของตลาดน่าจะหายไปราว 20,812 ล้านบาท หรือ 2.48 บาทต่อหุ้น หรือหดตัวจากประมาณการเดิม 2.83% ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิต่อหุ้น( EPS) ปี 2554 ลดลงจากประมาณการเดิม 87.4 บาทต่อหุ้นเหลือ 84.92 บาท ส่วนในปี 2555 หากไม่รวมผลประโยชน์ทางภาษีกำไรต่อหุ้นตลาดในปีหน้า เนื่องจากภาคเอกชนเสนอให้เลื่อนไปใช้ปี 2556 คาดว่าจะทำให้กำไรตลาดหายไปราว 2% ซึ่งคาดว่าจะทำให้กำไรตลาดปี 2555 ลดลงจากเดิม 95 บาทต่อหุ้น เหลือเพียง 93.1 บาทต่อหุ้น หรือหายไปราว 2 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ซื้อขายด้วย พี่/อีปี 2554 ที่ 11.3 เท่า แต่จะลดลงเหลือ 10.3 เท่าในปี 2555







