
ลุยฟื้นนิคมฯอยุธยา..โรงงานเร่งเดินเครื่องผลิต
หลังจากที่ระดับน้ำท่วมในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มลดลง ทำให้รัฐบาลเตรียมเข้าไปฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่เร็วๆ นี้
หลังจากที่ระดับน้ำท่วมในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มลดลง ทำให้รัฐบาลเตรียมเข้าไปฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่เร็วๆ นี้
โดย...อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
หลังจากที่ระดับน้ำท่วมในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มลดลง ทำให้รัฐบาลเตรียมเข้าไปฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่เร็วๆ นี้ โดยจะเริ่มที่นิคมฯ โรจนะและไฮเทคเป็น 2 แห่งแรก เพราะคาดว่าระดับน้ำจะลดลงจนสามารถสูบออกได้ในสัปดาห์หน้า ส่วนนิคมฯ สหรัตนนคร เป็นนิคมแห่งแรกที่ถูกน้ำท่วมและมีระดับน้ำสูง 3-4 เมตร ทำให้การฟื้นฟูไม่สามารถทำได้ด้วยการสูบน้ำออก จึงต้องระบายด้วยวิธีการเจาะท่อออกไปสู่ลำคลองและแม่น้ำ จนระดับน้ำลดลงต่ำกว่าคันดินจึงจะสามารถสูบออกได้ จึงคาดว่าที่นิคมฯ สหรัตนนคร จะใช้เวลาฟื้นฟูนานกว่าแห่งอื่น
สำหรับนิคมฯ บางชันและลาดกระบัง ที่มีความเสี่ยงถูกน้ำท่วมยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนิคมฯ บางชัน ที่มีที่ตั้งติดกับคลองแสนแสบ และมีน้ำไหลบ่าเข้ามายังแนวเขื่อนแล้ว โดยขณะนี้คณะทำงานของรัฐได้เข้าไปประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวคันกั้นน้ำตลอดเวลา
ส่วนนิคมฯ ลาดกระบังเตรียมรับมือด้วยการเร่งเสริมความสมบูรณ์ของคันดินโดยรอบที่มีระยะทางกว่า 17 กิโลเมตร โดยทางเข้าด้านทิศเหนือได้เสริมกำแพงสูงกว่าคันดินประมาณ 2 เมตร ขณะที่ฝั่งตะวันออกเสริมกระสอบทรายและแผ่นวีว่าบอร์ด โดยกำหนดให้กำแพงสูงกว่าระดับน้ำทะเล 2.63.0 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 40 ตัวไว้สูบน้ำออกจากนิคมฯ ในกรณีที่น้ำทะลักเข้ามาในพื้นที่
ทั้งนี้ แม้ว่าระดับน้ำจะยังท่วมสูง แต่ขณะนี้มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) บางแห่งที่มีโรงงานอยู่ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ได้รับความเสียหายไม่มาก และเริ่มกลับมาผลิตได้แล้ว หลังจากที่หยุดดำเนินการไปตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
สาทิส ตัตวธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า โรงงานของบริษัทที่ปทุมธานีกลับมาผลิตได้ตามปกติ หลังจากหยุดไป 10 วันจากปัญหาน้ำท่วม ขณะที่น้ำไม่ได้ทะลักเข้าไปในโรงงานทำให้บริษัทได้รับความเสียหายโดยตรงไม่มาก แต่ได้ปรับวิธีการส่งสินค้ามาเป็นทางเรือแทน
อย่างไรก็ตาม มีลูกค้าบางส่วนของบริษัทที่อยู่ในนิคมฯ ไฮเทค ได้รับผลกระทบจนต้องปิดดำเนินการชั่วคราว ส่งผลให้คำสั่งซื้อสินค้าชะลอตัวลงประมาณ 1020% และอาจทำให้เป้ารายได้ในปีนี้ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ประมาณ 900 กว่าล้านบาทเล็กน้อย หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 5% แต่เชื่อว่าคำสั่งซื้อดังกล่าวจะกลับสู่ภาวะปกติและมีโอกาสเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม จากการเร่งผลิตของลูกค้าตั้งแต่ในช่วงปลายเดือน พ.ย.ธ.ค.นี้ เป็นต้นไป
วิวัฒน์ ลิ้มศักดากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ กล่าวว่า โรงงานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา กลับมาผลิตเครื่องดื่มได้ตามปกติแล้ว หลังจากหยุดผลิตไปตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา และคาดว่าจะสามารถกระจายสินค้าของบริษัทได้ในเร็ววันนี้
“บริษัทได้ทำความสะอาดโรงงานและประสบความสำเร็จในการทดลองผลิตแล้ว”
ทั้งนี้ บริษัทได้ป้องกันโรงงานของบริษัทจากน้ำท่วมที่เข้ามาในโรงงานและบริเวณนอกโรงงานที่อยู่ในระดับสูงกว่า 1 เมตร ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาคารโรงงานและเครื่องจักรทำให้บริษัทสามารถกลับมาผลิตได้เร็วกว่าโรงงานอื่นที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน นอกจากนี้บริษัทได้ทำประกันภัยความเสี่ยงทรัพย์สิน ซึ่งคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมไว้แล้ว
สมพงษ์ เมธาสถิตย์สุข กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม.ซี.เอส. สตีล เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดพนักงานในส่วนของงานผลิตและฝ่ายสนับสนุนเท่าที่จำเป็น เข้าปฏิบัติงานที่โรงงาน จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้การส่งมอบงานดำเนินได้ตามกำหนดการเดิม
ส่วนงานของฝ่ายบริหารและสำนักงานบางส่วนที่มีความจำเป็น เพื่อให้การทำงานดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ให้ย้ายเข้ามาปฏิบัติงานที่อโศกทาวเวอร์ กรุงเทพฯ จนกว่าสถานการณ์ที่สำนักงานอยุธยาจะเป็นปกติ ส่วนพนักงานทั่วไปที่ไม่มีผลกระทบต่องานผลิตให้หยุดงานจนถึง วันที่ 20 พ.ย.นี้
ด้านบริษัท อีโนเว รับเบอร์ แจ้งว่า ระดับน้ำที่ อ.วังน้อย เริ่มคงที่และบริษัทสามารถจัดหายานพาหนะเพื่อการเดินทางของพนักงานได้แล้ว จึงเปิดการผลิตส่วนหนึ่งที่ศูนย์การผลิตวังน้อย ด้วยกำลังผลิต 30% ของกำลังผลิตของศูนย์ดังกล่าว หลังจากที่ปิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ภาวะน้ำท่วมได้ขยายบริเวณมาถึงเขตรังสิต ซึ่งบริษัทมีสำนักงานใหญ่และศูนย์การผลิตอีกแห่งหนึ่ง บริษัทจึงได้ระงับการผลิตของศูนย์ดังกล่าวชั่วคราว โดยบริษัทมีประกันภัยความเสี่ยงแบบครอบคลุมทุกประเภท ซึ่งรวมถึงความเสียหายของทรัพย์สินที่เกิดจากน้ำท่วม







