
รถยนต์ค้าปลีกราชประสงค์กอดคอจมน้ำยอดขายหาย50%
ตลาดรถยนต์ผู้ค้าราชประสงค์จมน้ำถ้วนหน้า ยอดขาย ต.ค. ทรุดฮวบกว่า 50%
ตลาดรถยนต์ผู้ค้าราชประสงค์จมน้ำถ้วนหน้า ยอดขาย ต.ค. ทรุดฮวบกว่า 50%
แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ เปิดเผยว่า จากการแลกเปลี่ยนตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือน ต.ค. 2554 ที่ผ่านมา พบว่ามียอดจำหน่ายลดลงไปมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับตัวเลขเดือน ก.ย. ที่มียอดจำหน่าย 87,012 คัน และมียอดการผลิตเป็นสถิติสูงสุดถึง 174,212 คัน
ทั้งนี้ ในรายงานตัวเลขการจำหน่ายรถยนต์ดังกล่าวยังไม่รวมยอดจำหน่ายของฮอนด้าและอีซูซุ เนื่องจากค่ายรถยนต์ทั้งสองค่ายยังไม่แจ้งตัวเลขมา โดยยอดจำหน่ายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมามียอดจำหน่ายรวมกว่า 4 หมื่นคันเท่านั้น คิดเป็นประมาณ 45% ของยอดขายในเดือนก่อนหน้า โดยผู้ประกอบการทุกรายต่างมียอดจำหน่ายที่ลดลง
ทั้งนี้ โตโยต้า ได้แจ้งยอดจำหน่ายว่ามีประมาณ 1.54 หมื่นคัน มิตซูบิชิประมาณ 3,700 คัน มาสด้า 3,284 คัน นิสสัน 3,271 คัน ฟอร์ดประมาณ 2,100 คัน และเชฟโรเลตประมาณ 1,900 คัน ซึ่งการขายส่วนใหญ่เป็นการจำหน่ายรถยนต์ในสต๊อกเป็นหลัก
"เนื่องจากโรงงานผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ทำการปิดการผลิตไปตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ทำให้รถยนต์ที่จำหน่ายทั้งหมดเป็นสต๊อกสินค้าที่มีอยู่เดิม ซึ่งในกลุ่มรถปิกอัพที่เปิดตัวไปใหม่ ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่มีการเปิดไลน์การผลิต ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนก็ได้รับผลกระทบถึงเทียร์ 2" แหล่งข่าวกล่าว
สำหรับแนวโน้มการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ที่ในเบื้องต้นมีการคาดการณ์ว่าจะเปิดไลน์ผลิตในวันที่ 4 พ.ย.นั้น ล่าสุดทราบว่าโรงงานแต่ละแห่งยังประสบปัญหาในเรื่องชิ้นส่วนการผลิต ทำให้ต้องเลื่อนกำหนดการเปิดโรงงานไปอีก 10 วัน เป็นวันที่ 14 พ.ย.นี้แทน
ทั้งนี้ ผู้ผลิตรถยนต์แต่ละรายอยู่ระหว่างการหาชิ้นส่วนในประเทศ หลังจากที่มีการกู้แม่พิมพ์ชิ้นส่วนจากโรงงานต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ก็จะต้องหาโรงงานเพื่อทำการผลิตให้อีกครั้ง รวมถึงการหาชิ้นส่วนจากต่างประเทศ ซึ่งหากทำได้ตามแผนที่วางไว้ ก็อาจจะเห็นบางโรงงานเปิดสายการผลิตได้ในช่วงกลางเดือนนี้
ด้านนายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ กทม. ส่งผลต่ออารมณ์การจับจ่ายใช้สอยสินค้าอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน หรือสินค้าจำเป็น โดยยอดขายในส่วนของค้าปลีกย่านราชประสงค์ หดตัวลงกว่า 50% จากเฉลี่ยต่อวันจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนรวมในย่านนี้กว่า 200-300 ล้านบาท หรือกว่า 5,000 ล้านบาทต่อเดือน
นอกจากนี้ ปริมาณนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในย่านราชประสงค์ยังมีปริมาณที่ลดลงกว่า 60% ด้วย และมีบางส่วนที่ยกเลิกการเข้าพักโรงแรมในย่านนี้ ทำให้อัตราการเข้าพักในโรงแรมลดลงเหลือ 20-30% จากเดิมจะอยู่ที่ 90% ยกเว้นบางโรงแรมที่จัดแพ็กเกจให้ลูกค้าชาวไทยที่ประสบภัย







