
น้ำเซาะอสังหาฯเซวอนธปท.เลิกคุมเข้ม
ผลจากน้ำท่วมครั้งใหญ่มีแนวโน้มว่าจะกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลจากน้ำท่วมครั้งใหญ่มีแนวโน้มว่าจะกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อกำลังซื้อของผู้บริโภคต้องหดหายไป เงินทุนที่อาจเตรียมไว้ซื้อบ้านหลังใหม่ก็คงต้องแปรเปลี่ยนไปเป็นค่าซ่อมบ้านหลังเดิมแทน
หากจำเป็นต้องซื้อบ้านใหม่จริงๆ ก็เชื่อว่าผู้บริโภคเอง ก็ต้องใช้เวลาตัดสินใจเพิ่มมากขึ้นว่าจะซื้อบ้านหลังใหม่ในพื้นที่ไหนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมน้อยที่สุด ทำเลบ้านหลังใหม่ก็คงกระจุกตัวอยู่บ้างพื้นที่เท่านั้น
ยิ่งเมื่อบวกกับการคุมเข้มของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนหน้านี้ ที่ไม่ต้องการให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ร้อนแรงเกินไปจนกลายเป็นฟองสบู่แตก ก็ทำให้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เองอยู่เฉยหรือปล่อยให้ตายไปตามสภาพไม่ได้
อิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ได้เข้าหารือกับ เกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอ ธปท.ผ่อนผันหรือเลื่อนการบังคับใช้มาตรการกำหนดอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value : LTV ratio) ออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์กลับมาสู่ภาวะปกติ
สำหรับมาตรการ LTV ที่ออกมาและมีผลกับสัญญาซื้อขายไปตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2554 คือบังคับใช้กับการให้สินเชื่อหรือให้เงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยที่มีราคาซื้อขายต่ำกว่า 10 ล้านบาทลงมา โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวสูง หรือคอนโดมิเนียม กำหนด LTV ที่ 90%
ส่วนมาตรการที่จะมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 จะใช้กับสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ โดยกำหนด LTV ที่ 95%
สมาคมธุรกิจบ้านจึงมีความกังวลว่า จากมาตรการ LTV ที่ยังบังคับใช้อยู่ จะเข้าไปซ้ำเติมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้ซบเซาหนักเข้าไปอีก หลังจากที่ได้รับผลกระทบปัญหาน้ำท่วมอยู่แล้วให้หนักขึ้น จึงขอให้เลื่อนออกไป
ส่วนรายละเอียดที่ว่า น้ำท่วมจะกระทบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างไร หนักหนาแค่ไหน ในวันที่ 14 พ.ย.นี้ ทางสมาคมจะจัดทำรายละเอียดมาเสนอ ธปท.
นอกจากนี้ ทางสมาคมยังขอให้ ธปท. พิจารณาผ่อนผันเกณฑ์การผ่อนชำระสินเชื่อบ้านอื่นๆ ให้ลูกค้ามากขึ้น เพื่อผ่อนคลายความเดือดร้อนในช่วงน้ำท่วมเพิ่มเติมด้วย เช่น เว้นการผ่อนชำระ 6 เดือน ไม่เป็นหนี้เสีย ซึ่งเรื่องนี้ ธปท. แจ้งว่า ได้มีการผ่อนผันไปแล้วตามประกาศเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นการบรรเทาภาระลูกหนี้ได้ระดับหนึ่ง
แต่สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้ทำให้ธุรกิจบ้านจัดสรรมีแนวโน้มชะลอค่อนข้างมาก เนื่องจากลูกค้าเลื่อนการตัดสินใจซื้อบ้าน เพราะกังวลจะเป็นพื้นที่น้ำท่วม
คงต้องรอลุ้นว่าสุดท้ายแล้ว ธปท. จะยอมผ่อนปรนมาตรการคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์หรือไม่ เพื่อให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลืมตาอ้าปากได้







