
ทรูเตรียมแผนรับภัยพิบัติอนาคต
ทรูมองข้ามช็อต เตรียมแผนรับมือภัยพิบัติอนาคต เน้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์-กระจายความเสี่ยงออกต่างจังหวัด
ทรูมองข้ามช็อต เตรียมแผนรับมือภัยพิบัติอนาคต เน้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์-กระจายความเสี่ยงออกต่างจังหวัด
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ขณะนี้ทรูอยู่ระหว่างเตรียมแผนรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น โดยจะนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาใช้กับสถานีฐานและชุมสายต่างๆ และการกระจายความเสี่ยงของศูนย์ปฏิบัติการออกไปยังต่างจังหวัด เช่น หัวหิน ชลบุรี จากเดิมที่มีอยู่แต่ใน กทม. เพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ เพราะวิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทำให้แต่ละอุตสาหกรรมต้องหันมาให้ความสำคัญในเรื่องการรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในระดับที่รุนแรงกว่าในปีนี้ ซึ่งในส่วนของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม พบว่า สถานีฐานและชุมสายต่างๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่จะใช้งานไม่ได้หากไม่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้า ดังนั้น เรื่องระบบพลังงานแสงอาทิตย์จะเข้ามาทดแทนในเรื่องนี้ได้
ส่วนการกระจายศูนย์ปฏิบัติการ เช่น คอลเซ็นเตอร์ไปยังต่างจังหวัดนั้น ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงที่สามารถให้บริการต่อไปได้ศูนย์ในกทม. มีปัญหา
สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทรูในช่วงน้ำท่วม คือ ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บรอดแบนด์ ประมาณ 5 หมื่นรายที่ไม่สามารถใช้งานได้ หรือ คิดเป็น 5% ของจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด บริการเคเบิลทีวี 3-4% ขณะที่บริการโทรศัพท์มือถือแทบไม่ได้รับผลกระทบเลย และยังใช้งานได้ตามปกติหากไม่ถูกตัดกระแสไฟฟ้า
“มั่นใจว่าเครือข่ายสื่อสารของทรู ทั้ง อินเทอร์เน็ต เคเบิล และ มือถือ จะสามารถฝ่าวิกฤตน้ำท่วมกทม.ครั้งนี้ไปได้อย่างแน่นอน ซึ่งได้ประสานกับทางการไฟฟ้านครหลวงให้ยังคงจ่ายกระแสไฟฟ้ามาที่สถานีและชุมสายของทรู เพราะถือเป็นบริการสาธารณูปโภคที่จำเป็น” นายศุภชัยกล่าว
ขณะที่ทิศทางของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมครึ่งปีแรกของปี 2555 ยังคงเติบโตแม้จะอยู่ในอัตราที่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงการฟื้นฟูหลังน้ำลด แต่เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังสถานการณ์ต่างๆ จะเริ่มกลับมาดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม กลุ่มทรูยังให้ความสำคัญกับการประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซ่นส์ 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ ของคณะกรรมการกิจกากระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กสทช. ที่ควรจะเกิดขึ้นอย่างมาก เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศมากขึ้นด้วย







