
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนกย.ลด 0.5%
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.ย.ลดลง 0.5% กำลังการผลิตอยู่ที่ 65% หลังผู้ผลิตเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.ย.ลดลง 0.5% กำลังการผลิตอยู่ที่ 65% หลังผู้ผลิตเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม
นายอภิวัฒน์ อสมาภรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนก.ย. 2554 อยู่ที่ระดับ 200.43 ปรับตัวลดลง 0.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 201.47 โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 65.35% ซึ่งอุตสาหกรรมหลัก ที่ทำให้ค่าดัชนีลดลง ได้แก่ ยานยนต์ ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ หลอดอิเล็กทรอนิกส์ และเม็ดพลาสติก เนื่องจากผู้ประกอบการอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วม และตลาดโลกมีการซื้อที่ชะลอตัวลง แต่หวั่นในเดือนต.ค.ภาคการผลิตจะได้รับผลกระทบมาก เพราะนิคมอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจำนวนมาก
สำหรับอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การผลิตและจำหน่ายลดลง 6.9% และ 9.6% ตามลำดับ เนื่องจากการผลิตในกลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งอุปกรณ์และชิ้นส่วนประกอบในกลุ่มนี้ลดลง รวมทั้งตลาดโลกมีอัตราการขยายตัวที่ชะลอลง เนื่องจากตลาดเริ่มอิ่มตัว
การผลิตหลอดอิเล็กทรอนิกส์ มีการผลิตลดลง 7.6% และจำหน่ายลดลง 6.8% เนื่องจากความต้องการของตลาดลดลง และในเดือนนี้ผู้ประกอบการอยู่ในภาวะเพื่อเตรียมการรับมือวิกฤติน้ำท่วม จึงส่งผลต่อการผลิตและจำหน่ายดังกล่าว โดยตั้งแต่เดือนต.ค. เป็นต้นไป แม้จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการผลิต แต่วิกฤติน้ำท่วมใหญ่ที่สวนอุตสาหกรรมบางกระดี และเขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกที่สำคัญในสินค้ากลุ่มนี้ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก คาดว่าจะส่งผลต่อการผลิตตั้งแต่เดือนต.ค.ไปจนถึงสิ้นปี
ขณะที่การผลิตผ้าผืน การผลิตและจำหน่าย ลดลง 25.4% และ 22.7% เนื่องจากฝ้ายซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักการขาดแคลน และมีราคาค่อนข้างสูงมาก อีกทั้งตลาดส่งออกหลักในสหรัฐอเมริกา และยุโรปประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้คำสั่งซื้อลดลง
การผลิตเม็ดพลาสติก การผลิตและจำหน่าย ลดลง 12.1%และ9.0% ตามลำดับ เนื่องจากความต้องการในตลาดโลกลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่ในประเทศคาดว่าหลังวิกฤติน้ำท่วมใหญ่คลี่คลายความต้องการเม็ดพลาสติกจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆได้หลากหลาย โดยเฉพาะเครื่องใช้ในครัวเรือนเกือบทุกชนิด
อย่างไรก็ตาม การผลิตยานยนต์ การผลิตและจำหน่าย เพิ่มขึ้น 28.2% และ 22.2% ตามลำดับ โดยเพิ่มขึ้นในทุกประเภทรถยนต์ ซึ่งประกอบด้วย รถยนต์นั่งขนาด 1500-1800 ซี.ซี. เพิ่มขึ้น 44.5% ขนาด 2000-2400 ซี.ซี. เพิ่มขึ้น 47.2% และรถกระบะเพิ่มขึ้น 20% ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภค แต่ในเดือนต.ค.ที่นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งทั้งในจังหวัดอยุธยา และปทุมธานี เกิดน้ำท่วมใหญ่ ส่งผลต่อโรงงานผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เสียหาย จะทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์เกิดการชะลอตัวไปจนถึงสิ้นปี







