
งานมหกรรมยานยนต์สิ้นปีเส้นเลือดสุดท้าย ตลาดรถยนต์
ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ที่พัดผ่านหลายจังหวัดในประเทศไทยก่อให้เกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่ประเทศไทยได้พบเจอ
ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ที่พัดผ่านหลายจังหวัดในประเทศไทยก่อให้เกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่ประเทศไทยได้พบเจอ
โดย...ทีมข่าวรถยนต์
ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ที่พัดผ่านหลายจังหวัดในประเทศไทยก่อให้เกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่ประเทศไทยได้พบเจอ อุทกภัยครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อทุกอุตสาหกรรมที่มีอยู่ในเมืองไทย ทั้งนี้เพราะน้ำจำนวนมหาศาลได้ไหลเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมถึง 7 แห่งของประเทศไทย
และนิคมอุตสาหกรรมเหล่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะเข้ามาหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะมีทั้งโรงงานประกอบรถยนต์ของฮอนด้า และโรงงานผลิตชิ้นส่วนอะไหล่สำคัญๆ ที่ส่งไปยังโรงงานผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ให้กับทุกค่ายรถยนต์ ล้วนแล้วแต่จมน้ำทั้งสิ้น
ส่งผลให้การผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ในประเทศไทยต้องหยุดชะงักลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และแน่นอนเมื่อโรงงานไม่สามารถผลิตรถยนต์ได้ ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าต่อไปเป็นลูกโซ่ ซึ่งต่อไปนี้เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์กันอย่างขนานใหญ่
เริ่มตั้งแต่ยอดจำหน่ายที่จะลดลงอย่างหนัก จากกำลังซื้อของลูกค้าจะหดหายไปอย่างมากมาย หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกันแบบถ้วนหน้า ซึ่งในขณะนี้ยังไม่สามารถคาดเดาว่า กำลังซื้อจะหายไปมากขนาดไหน แต่เชื่อว่ายอดขายรถยนต์ในเดือน ต.ค.พ.ย.นี้จะลดลงไม่ต่ำกว่า 30-40% นั้นมีให้เห็นแน่ๆ
นอกจากนี้ สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปในตลาดรถยนต์เมืองไทย ก็คือ กระแสความนิยมรถยนต์นั่งขนาดเล็ก จะหดหายไปอย่างมากในช่วง 1 ปี นับจากนี้ เพราะคนไทยส่วนใหญ่จะฝันร้ายกับเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้
ทำให้มุมมองในการซื้อรถยนต์คันต่อไป ไม่ว่าจะเป็นคันแรก หรือคันไหนก็ตาม จะกลายเป็นรถกระบะ หรือรถยนต์เอสยูวี ที่มีความสูงมากกว่าปกติ เพื่อความสบายใจในการใช้งาน
แม้ว่าในบางพื้นที่ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้ำท่วม แต่ภาพข่าวที่ถูกนำเสนอตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมาย่อมทำให้คนส่วนใหญ่เลือกซื้อรถที่สามารถขับฝ่าน้ำไปได้ มากกว่าจะซื้อรถสำหรับใช้งานในเมือง ที่ในวันนี้เห็นแล้วว่า น้ำสามารถทะลุเข้าสู่ใจกลางเมืองของทุกจังหวัดได้ ไม่เว้นแม้แต่กรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตาม ตลาดรถเล็กยังคงเติบโตได้ แต่เป็นการเติบโตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ต้องรอจนกว่าคนไทยจะหายหวาดกลัวจากเหตุการณ์น้ำท่วมเสียก่อน ตลาดรถยนต์นั่งถึงจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง
นั่นหมายความว่า อีก 1 ปีนับจากนี้ จะกลายเป็นโอกาสทองสำหรับค่ายรถกระบะทั้งหลาย ที่จะกอบกู้ยอดขายกลับมาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และรุ่นยกสูง จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ แม้ว่าในอนาคตเราอาจจะไม่ได้เจอกับเหตุการณ์น้ำท่วมมากขนาดนี้อีกในชีวิตแล้วก็ตาม
ส่งผลให้ปีหน้าเป็นปีทองของรถกระบะ รถเอสยูวี ขณะที่รถเล็กนั้นคงเป็นปีที่ต้องใช้เวลาพักฟื้นจิตใจของคนไทยก่อน
แต่ใช่ว่าปีทองจะสวยงามเสมอไป เพราะค่ายรถยนต์เองก็ประสบปัญหาในเรื่องชิ้นส่วนอะไหล่ที่ขาดอย่างหนัก จากโรงงานผลิตชิ้นส่วนที่ถูกน้ำท่วม โดยคาดการณ์กันว่า หลังจากน้ำลดต้องนับต่อไปอีก 4 เดือน โรงงานทั้งหลายถึงจะค่อยๆ พลิกฟื้นกลับมาและนับไปอีก 1 เดือนค่ายรถยนต์ถึงจะผลิตรถยนต์ออกมาได้ นั่นคือ ต้องรออีก 5 เดือนรถยนต์คันแรกหลังเหตุการณ์มหาอุทกภัย จะออกจากไลน์การผลิตได้ นั่นก็คือเกือบกลางปี 2555 นั่นเอง
แต่สิ่งที่จะชี้วัดชีพจรอุตสาหกรรมรถยนต์ของเมืองไทยในปีนี้ได้ชัดเจนที่สุด ก็คืองานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2011 หรืองานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28 ที่มีหัวเรือใหญ่อย่าง ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล ที่ประกาศเสียงดังฟังชัดว่า ไม่เลื่อนการจัดงานมหกรรมยานยนต์ ปีนี้ แน่นอน
ยังคงจัดตามกำหนดเดิมคือในวันที่ 1-12 ธ.ค. ที่จะถึงนี้เหมือนเดิม เพราะเชื่อว่าในช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ สถานการณ์ทุกอย่างจะเริ่มคลี่คลายลง และที่สำคัญได้หารือกับผู้ประกอบการรถยนต์ทั้ง 36 ยี่ห้อ และรถจักรยานยนต์ทั้ง 4 ยี่ห้อ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่มาแสดงในงาน ซึ่งสรุปว่าจะเดินหน้าจัดงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 28 นี้ตามเดิม
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าบรรยากาศในการจัดงานครั้งนี้อาจจะไม่คึกคักเหมือนในงานครั้งที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของจำนวนผู้เข้าชมงานและเรื่องยอดจำหน่ายรถยนต์ในงาน ที่จะต้องปรับลดเป้าหมายลงอย่างแน่นอน แต่ต้องติดตามสถานการณ์อีกสักระยะว่าจะต้องปรับลดจากแผนเดิมเท่าไร เนื่องจากปัญหาเรื่องน้ำท่วมยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องที่น้ำจะท่วม กทม.หรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้แน่ชัด
“ข้อดีของงานนี้ก็คือบรรดารถยนต์ที่นำมาจัดแสดงมีการนำเข้ามาเกือบหมดแล้ว ตามแผนเดิมจะมีรถต้นแบบมาแสดงมากกว่า 10 คัน คงต้องดูว่าค่ายรถจะปรับแผนเหล่านี้หรือไม่ นอกจากนี้ การที่บีโอไอแฟร์เลื่อนการจัดงานออกไป ก็ทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้พื้นที่ที่คาบเกี่ยวกันอยู่ และทำให้เราวางแผนงานของเราได้ง่ายขึ้น”
สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้ ขวัญชัย คาดว่าจะไม่มีการเติบโต เมื่อเทียบกับปี 2553 ที่ผ่านมา แม้ว่ายอดจำหน่ายจนถึงเดือน ส.ค. จะเติบโต 19-20% ก็ตาม แต่จากปัญหาน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อซัพพลายของค่ายรถยนต์ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายอย่างมาก จะทำให้ยอดจำหน่ายน่าจะกลับไปเท่ากับปีที่ผ่านมาตามที่มีการคาดการณ์ และจะเป็นปัญหาเรื่องการส่งมอบไปอีกระยะ ทั้งนี้ การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เป็นหลัก เช่น อาปิโก ไฮเทค ที่โดนน้ำท่วมก็ส่งชิ้นส่วนให้กับโรงงาน 60-70% คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการกลับสู่สถานการณ์ปกติ ทำให้เชื่อว่าตลาดจะกลับมาได้ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2555 เป็นต้นไป
งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28 จะเป็นดัชนีชี้วัดทิศทางตลาดรถยนต์เมืองไทยได้ว่าจะเดินหน้าไปในทิศทางที่กล่าวไว้ข้างต้นหรือไม่ เพราะถือเป็นเวทีใหญ่ 1 ใน 2 ของเมืองไทย และจะกลายเป็นเวทีสำหรับปั้นยอดขายเวทีสุดท้ายของค่ายรถยนต์ในปีนี้อีกด้วย
1-12 ธ.ค.นี้ จะได้รู้กันว่า ตลาดรถยนต์เมืองไทยจะเดินหน้าไปในทิศทางใด







