posttoday
Call DW หุ้น PTTGC เทรด 7 พ.ย.

Call DW หุ้น PTTGC เทรด 7 พ.ย.

02 พฤศจิกายน 2554

เคจีไอ เตรียมเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) ในหุ้นสามัญของ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล

เคจีไอ เตรียมเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) ในหุ้นสามัญของ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล

นางสาวนฤมล อาจอำนวยวิภาส กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) ในหุ้นสามัญของ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) รุ่น A ประเภทสิทธิในการซื้อ (Call Warrant) โดยใช้ชื่อย่อ PTTG13CA จะเข้าทำการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 ซึ่ง PTTG13CA ถือเป็น DW ตัวแรกอ้างอิงหุ้น PTTGC ในตลาดหลักทรัพย์ จำนวนเสนอขายครั้งแรก 30 ล้านหน่วย โดยมีอัตราการใช้สิทธิ 20 PTTG13CA ต่อ 1 หุ้น PTTGC ในราคาใช้สิทธิ 53 บาท พร้อมกำหนดวันทำการซื้อขายสุดท้าย 31 พฤษภาคม 2555 และวันครบกำหนดอายุ 7 มิถุนายน 2555
      
โดยบริษัทเป็นผู้ออก DW รายแรกที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้เสนอขาย PTTG13CA ซึ่งถือเป็น DW ตัวแรกที่อ้างอิงหุ้น PTTGC
       
ใน Website ของ PTTGC เปิดเผยว่า PTTGC เกิดจากการควบบริษัทระหว่าง บริษัท ปตท. เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTCH) และ บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน)  (PTTAR) โดยได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2554 เพื่อก้าวขึ้นเป็นแกนนำของธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemical Flagship) ของกลุ่ม ปตท. ด้วยกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี  สายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ รวม 8.2 ล้านตันต่อปี และกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมรวม 280,000 บาร์เรลต่อวัน

นับเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นครบวงจร (Integrated  Petrochemical and Refining) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นบริษัทชั้นนำในระดับภูมิภาคอาเซียนทั้งขนาดและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ PTTGC เป็นบริษัทที่แข็งแกร่งด้วย ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีทั้งสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ เป็นการสร้างความสามารถในการแข่งขันและลดความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจปิโตรเคมี โดยบริษัทชั้นนำใน อุตสาหกรรมปิโตรเคมีจะต้องมีกำลังการผลิตขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดการประหยัดจากขนาด (Economy of scale) เพื่อลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลง และต้องมีความเชื่อมโยงกันอย่างหลากหลายครบวงจร (Fully Integrated)

ทั้งนี้ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น โดยจะได้ผลประโยชน์เพิ่มเติมจากการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการ    รวมธุรกิจ (Synergy) ระหว่าง PTTCH และ PTTAR ซึ่งเกิดจากการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และการลดค่าใช้จ่ายจากการใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้ง สามารถบริหารการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ตามความต้องการของตลาด (Production and Market Optimization) อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท