posttoday
เบี้ยประกันรถป้ายแดงวูบ 7%

เบี้ยประกันรถป้ายแดงวูบ 7%

01 พฤศจิกายน 2554

เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่ทำให้บริษัทประกันภัยต้องจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่คาดกันว่าจะมีมูลค่านับแสนล้านบาทเท่านั้น

เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่ทำให้บริษัทประกันภัยต้องจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่คาดกันว่าจะมีมูลค่านับแสนล้านบาทเท่านั้น

แต่ยังส่งผลให้รายได้ต่างๆ ที่จะเข้ามาช่วงนี้ต้องหดหายไปด้วย โดยเฉพาะจากเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่ต้องวูบไปตามอุตสาหกรรมรถยนต์ที่หยุดชะงักในขณะนี้ เพราะเมื่อไม่มีรถป้ายแดงออกมาสู่ตลาดตามปกติก็ย่อมส่งผลให้เบี้ยประกันหายตามไปด้วย

พันธ์เทพ ชัยปริญญา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินไหมทดแทน บริษัท วิริยะประกันภัย และประธานชมรมสินไหมยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 4 นี้ คาดว่ายอดขายเบี้ยรถป้ายแดงของธุรกิจประกันภัยจะหายไปประมาณ 1,000 ล้านบาท หรือลดลงไปประมาณ 7% เนื่องจากรถป้ายแดงในตลาดก็หายไปประมาณ 2 หมื่นคันต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม ถือว่าเบี้ยหายไปจากระบบไม่มากนักเมื่อเทียบกับการขยายของธุรกิจประกันภัย แต่ทุกบริษัทก็พยายามปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่าเอาไว้ให้มีการต่ออายุประกันชั้น 1 ให้ได้มากที่สุด และเชื่อว่าลูกค้าก็ยินดีที่จะต่ออายุประกันชั้น 1 อยู่แล้ว เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้ลูกค้าเห็นความสำคัญของการทำประกันชั้น 1 มากขึ้น เพราะได้รับความคุ้มครองทุกกรณีรวมถึงน้ำท่วมด้วย

ในทางกลับกัน คาดกันว่าหลังจากนี้เบี้ยประกันชั้น 1 จะเติบโตดีขึ้นด้วย เนื่องจากลูกค้าที่เคยทำประกันชั้น 2 หรือ 3 ไปก่อนหน้านี้ ก็จะเห็นความสำคัญและหันมาทำประกันชั้น 1 มากขึ้น แม้ค่าเบี้ยจะเพิ่มขึ้นอีก 3,0004,000 บาทก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับความคุ้มครองภัยที่เกิดขึ้นแล้วถือว่าคุ้มค่ากว่า หากมีเหตุอะไรเกิดขึ้นอีกในอนาคต

จึงคาดว่าสุดท้ายแล้วจะทำให้เบี้ยรับรวมของอุตสาหกรรมในปีนี้ยังคงมีอัตราขยายตัวที่ดีขึ้น

อานนท์ วังวสุ ผู้อำนวยการฝ่ายสินไหมทดแทนยานยนต์ บริษัท กรุงเทพประกันภัย กล่าวว่า ยอดเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 ของอุตสาหกรรมในเดือน ต.ค.พ.ย. คงลดลงแน่ เพราะรถป้ายแดงในตลาดไม่มี

ขณะที่การย้ายทำประกันจากบริษัทหนึ่งมายังอีกบริษัทหนึ่งก็คงลดลง เพราะหากมีย้ายบริษัทก็ต้องตรวจสอบค่อนข้างมาก โดยปัญหารถที่อาจถูกน้ำท่วมมา

อย่างไรก็ตาม คาดว่าความเสียหายจากน้ำท่วมที่คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นคันนั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของบริษัทประกันวินาศภัย เพราะเกือบทุกบริษัทได้ซื้อประกันภัยต่อความเสียหายส่วนเกินไว้แล้ว จึงจำกัดความเสียหายที่บริษัทประกันภัยต้องจ่ายไว้ได้ เช่น ถ้าเสียหาย 200 ล้านบาท บริษัทประกันภัยรับผิดชอบที่ 100 ล้านบาทแรก ส่วนที่เหลือบริษัทรับประกันภัยต่อจะเป็นผู้รับผิดชอบแทน

นี่คงเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เห็นว่าช่วงสุดท้ายของปีนี้ ธุรกิจประกันวินาศภัยจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมเพียงใด ก่อนที่จะมาลุ้นต่อไปว่าจะส่งผลกระทบไปถึงปีหน้ามากน้อยแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล