
หุ้นอู้ฟู่4แสนล.ตปท.ลุย3หมื่นล.
ต่างชาติบุกหุ้นไทย 19 วันลุยซื้อเฉียด 3 หมื่นล้าน เพิ่มมูลค่าตลาด 4.7 แสนล้าน ดัชนีพุ่ง 6.2% เตือนระวังเผ่นแถวกำไรถึง 15%
ต่างชาติบุกหุ้นไทย 19 วันลุยซื้อเฉียด 3 หมื่นล้าน เพิ่มมูลค่าตลาด 4.7 แสนล้าน ดัชนีพุ่ง 6.2% เตือนระวังเผ่นแถวกำไรถึง 15%
น้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าหลายแสนล้านบาท แต่ตลาดหุ้นไทยกลับมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) เพิ่มขึ้นถึง 4.71 แสนล้านบาทในเดือนนี้ สิ้นสุดวันที่ 28 ต.ค. 2554 หลังจากนักลงทุนต่างชาติแห่เข้าซื้อมากถึง 29,676 ล้านบาท หลังจากขายออก 2 เดือนติดต่อกัน (ส.ค.ก.ย.) รวมทั้งสิ้น 58,545 ล้านบาท
ส่วนนักลงทุนรายย่อยที่ทยอยซื้อเก็บหุ้นราคาต่ำๆ สบโอกาสขายทำกำไรจำนวน 31,584 ล้านบาท ส่งผลให้ดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้น 56.97 จุด หรือ 6.21% ปิดที่ระดับ 973.18 จุด
โดยเฉพาะวันที่ 28 ต.ค. ต่างชาติซื้อหนักต่อ 3,658 ล้านบาท ผสมแรงซื้อของสถาบันจำนวน 3,243 ล้านบาท ดันดัชนีขึ้นมาปิดที่ระดับ 973.18 จุด เพิ่มขึ้น 13.01 จุด หรือ 1.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 32,679 ล้านบาท จากแรงซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ตามราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เหรียญสหรัฐ อยู่ที่ 93.96 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หุ้นพุ่งขึ้นรอบนี้มาจากนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อคืนในหุ้นขนาดใหญ่ รวมถึงเงินไหลเข้ามาลงทุนในภูมิภาค หลังจากการแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรปเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้นักลงทุนกล้าที่จะกลับมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
“เริ่มเห็นชัดเจนว่าเงินไหลออกจากตลาดเงินเข้าสู่ตลาดหุ้นหลังจากผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรสหรัฐเริ่มเพิ่มขึ้นและไม่ต่ำจนเกินไปเหมือนก่อนหน้า ขณะนี้ค่าเงินเหรียญสหรัฐก็อ่อนค่าลง” นายสุกิจ กล่าว
อย่างไรก็ตาม รอบนี้หุ้นไทยอาจจะขึ้นน้อยกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคเพราะมีปัญหาน้ำท่วมกดดันการลงทุนอยู่
นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า เงินทุนต่างประเทศไหลเข้าซื้อหุ้นทั้งภูมิภาครวมถึงหุ้นไทย หลังจากที่ได้ขายไปก่อนหน้านี้เนื่องจากมีความมั่นใจมากขึ้นต่อการแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรป
“เงินลงทุนรอบนี้หากมีกำไรประมาณ 15% ก็จะมีการขายทำกำไรแล้ว รวมถึงแรงขายหุ้นของนักลงทุนไทยที่ถือหุ้นหรือซื้อตอนดิ่งลงแรง” นายกวี กล่าว
บล.บัวหลวง ระบุว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกขึ้นแรง รับข่าวการเพิ่มกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรปขึ้นสู่ 1 ล้านล้านยูโร และเจ้าหนี้เอกชนยอมลดมูลค่าพันธบัตรรัฐบาลกรีซลง 50%
อย่างไรก็ตาม บจ.หลายแห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ล่าสุด บริษัท แคลคอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ CCET แจ้งว่า ผลผลิตสินค้าของบริษัทได้รับผลกระทบประมาณ 5-15% ในไตรมาส 4 นี้
บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า (STANLY) ได้หยุดการผลิตที่โรงงาน จ.ปทุมธานี เป็นการชั่วคราว







