
เขื่อนภูมิพลลดปล่อยน้ำ กฟผ.ย้ำสำรองไฟฟ้าพอใช้
สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
เปิดเผยว่า กฟผ.ได้มีการตรวจสอบเขื่อนตลอดเวลา โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลที่ได้มีการลดปริมาณการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนลงอย่างต่อเนื่อง จากสัปดาห์ก่อนการปล่อยน้ำอยู่ที่ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน ปัจจุบันอยู่ที่ 40 ล้านลบ.ม.ต่อวัน เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนในภาคเหนือเริ่มลดลง ขณะนี้ปริมาณน้ำในลุ่มเจ้าพระยาเริ่มลดลงเหลือ 3,700 ลบ.ม.ต่อวินาที
ด้านการผลิตไฟฟ้าเฉพาะโรงไฟฟ้าภายในประเทศ ซึ่งรวมโรงไฟฟ้าเอกชนนั้น ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 3.1 หมื่นเมกะวัตต์ ขณะที่ผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้ กฟผ.ต้องปิดโรงไฟฟ้าที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา แต่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เนื่องจากมีการทำคันกั้นน้ำสูง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าอาจจะสามารถเดินกำลังการผลิตได้ในอีก 23 วันข้างหน้า
ในส่วนโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ จ.นนทบุรี นั้น ปัจจุบันได้มีการทำคันกั้นน้ำสูง 3.5 เมตร 2 ชั้น เชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนต้องหยุดการผลิต โดย กฟผ.มีการผลิตไฟฟ้าสำรอง 5,000 เมกะวัตต์ แต่สามารถนำไฟฟ้ามาใช้ได้ทันที 1,800 เมกะวัตต์
“ตอนนี้เราเฝ้าระวังสถานีไฟฟ้าย่อยเป็นพิเศษ เนื่องจากระดับน้ำยังคงสูงอยู่ แต่ก็เชื่อว่าไฟฟ้าจะไม่มีปัญหา” สุทัศน์ กล่าว
ปัจจุบันปริมาณการใช้ไฟฟ้าลดลงจาก 2 หมื่นเมกะวัตต์เศษ ลดลงไปประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ คาดว่าในไตรมาส 4 นี้ปริมาณจะน้อยลง เนื่องจากการปิดตัวของนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ขณะที่กรุงเทพฯ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเดิมอยู่ที่ 7,000 เมกะวัตต์ เหลือ 6,000 เมกะวัตต์
สุทัศน์ กล่าวถึงกระแสข่าวลือในโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ระบุว่า เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้ และมีโอกาสที่เขื่อนจะแตกได้นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะทาง กฟผ.ได้มีการตรวจสอบดูแลอยู่ตลอดเวลา และยืนยันว่าเขื่อนยังรองรับปริมาณที่จะเข้ามาได้
ขณะเดียวกัน ในสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเข้าสู่กรุงเทพฯ กฟผ.แนะนำให้ป้องกันระบบไฟสำหรับอาคารสูง โดยการก่อสร้างพนังกั้นน้ำ ควรทำด้วยคอนกรีตฉาบให้แข็งแรงล้อมบริเวณที่ตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ตู้จ่ายไฟหลักของอาคาร ขณะเดียวกันควรนำแบบอย่างของประเทศญี่ปุ่นที่ประสบภัยสึนามิเมื่อต้นปีมาใช้ คือ การมีสติในการทำงาน
นอกจากนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือเรกูเลเตอร์ ได้มีการพูดคุยกับกระทรวงพลังงานเพื่อขอลดค่าเอฟที แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกระทรวง เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าก็สูงอยู่แล้ว
ล่าสุด กฟผ.ได้นำอาหารสำเร็จรูปจากทุกภาคประเภทสินค้าโอท็อปเพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถบริโภคได้ทันที เช่น กล้วยตาก ไข่เค็ม น้ำพริก ปลากรอบ รวมถึงซื้อน้ำดื่มในต่างจังหวัด เป็นต้น มาทำเป็นถุงยังชีพจำนวน 6,000 ชุด เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในเขตบางพลัดและบางกรวย จ.นนทบุรี







