posttoday
น้ำท่วมกดเศรษฐกิจไตรมาส4ลบ1.9% แบงก์ชาติลดเป้าโตทั้งปีเหลือ2.6%

น้ำท่วมกดเศรษฐกิจไตรมาส4ลบ1.9% แบงก์ชาติลดเป้าโตทั้งปีเหลือ2.6%

29 ตุลาคม 2554

ไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ

ไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ

เปิดเผยว่า ธปท.ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้จาก 4.1% เหลือ 2.6% และเศรษฐกิจปีหน้าจาก 4.2% เป็น 4.1% โดยไตรมาส 4 จะติดลบ 1.9% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้านี้เป็นผลกระทบจากน้ำท่วม 1% และอีกส่วนจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว 0.2-0.3%

ธปท.ต้องปรับลดเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจครั้งนี้ได้พิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจ และสถานการณ์น้ำท่วมจนถึงวันที่ 19 ต.ค. โดยยังไม่รวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ได้แก่ น้ำท่วมกระทบนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี ซึ่งในระยะต่อไปอาจกระทบนิคมฯ อื่นบริเวณฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ รวมถึงน้ำที่เริ่มท่วมในเขตกรุงเทพฯ

“สถานการณ์น้ำท่วมกระทบรุนแรงเป็นวงกว้าง อาจยาวนานและรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ แบงก์ชาติจะมีการนำภาพรวมพิจารณาในการประชุมวันที่ 30 พ.ย. เป็นการประชุมครั้งถัดไป ตอนนี้ปัจจัยลบมากกว่าปัจจัยบวก” ไพบูลย์ กล่าว

น้ำท่วมกดเศรษฐกิจไตรมาส4ลบ1.9% แบงก์ชาติลดเป้าโตทั้งปีเหลือ2.6%

สำหรับเศรษฐกิจปีหน้านั้น ภาพรวมยังไม่แตกต่างจากที่ประเมินครั้งก่อนหน้า เชื่อว่าจะมีมาตรการจากรัฐบาล และการฟื้นฟูประเทศหลังน้ำลด ทำให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศ

ด้านอัตราเงินเฟ้อนั้น เงินเฟ้อพื้นฐานปีนี้ไม่เปลี่ยนแปลงจากประมาณการเดิม คืออยู่ที่ 2.4% แต่ปัจจัยเสี่ยงด้านลบต่อเงินเฟ้อพื้นฐานมีมากกว่าด้านบวก จากแรงกดดันอุปสงค์อาจมีน้อยหากเศรษฐกิจชะลอตัว ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกอาจต่ำกว่าที่คาด และภาครัฐอาจออกมาตรการดูแลค่าครองชีพ ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3.8% จากเดิมที่คาด 3.9% ทั้งนี้ราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจากน้ำท่วมขณะนี้ไม่ได้นำมาคำนวณ เพราะเป็นเรื่องชั่วคราว

อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ต้องติดตามจากนี้คือ สถานการณ์อุทกภัย หากยืดเยื้อยาวนานกว่าที่ประเมินไว้จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากกว่าที่คาด ทำให้ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูมากกว่าที่ประเมินไว้ รวมถึงความชัดเจนและผลของนโยบายกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของภาครัฐ

ด้าน สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมทำให้ประชาชน ผู้ประกอบการ ไม่สามารถชำระหนี้ตามเวลาที่กำหนด และลูกหนี้กังวลว่าจะเป็นหนี้เสีย หรือติดแบล็กลิสต์ กับเครดิตบูโร จนทำให้การขอสินเชื่อหลังน้ำลดเพื่อการเยียวยา แก้ไข ฟื้นฟู หรือเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนทำได้ยาก และจะเป็นเหตุไม่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อ

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง และ ธปท. ตลอดจนสถาบันการเงินต่างๆ ต่างเห็นพ้องต้องกันที่จะให้การช่วยเหลือในการร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว คือ 1.เมื่อลูกหนี้ได้เข้ามาติดต่อกับสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ และสถาบันการเงินได้พิจารณาและอนุมัติให้แก้ไขหรือปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ก็ให้ถือว่าบัญชีสินเชื่อนั้นมีสถานะปกติทันทีในฐานข้อมูลเครดิตบูโร โดยไม่ต้องรอให้มีการปฏิบัติชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขติดต่อกัน 3 เดือนก่อน

2.การพิจารณาว่าจะผ่อนผัน ผ่อนปรน หรือการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้นั้นให้พิจารณาครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่กำหนดเฉพาะจังหวัดที่มีอุทกภัย เพราะกิจการหรือเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจ ต่างมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน (ซัพพลายเชน) ทั้งการเป็นผู้กระจายสินค้า หรือเป็นแหล่งวัตถุดิบ หรือเป็นลูกค้าของผู้ประกอบการนั้น เมื่อเกิดปัญหาที่รายหนึ่งรายใดย่อมส่งผลต่อซัพพลายเชนทั้งกระบวนการ การปรับโครงสร้างหนี้จึงต้องผ่อนปรนทั้งลูกหนี้และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

3.สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีหนี้บัตรเครดิตนั้น เกณฑ์ผ่อนผันจำนวนเงินที่ชำระหนี้ขั้นต่ำจากเดิมที่กำหนดไว้อย่างต่ำ 10% ของหนี้บัตรเครดิตที่ค้างในเดือนนั้นๆ ให้พิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ และสถาบันการเงินผู้ออกบัตรจะพิจารณาต่ำกว่า 10% ก็ได้ มาตรการนี้จะลดผลกระทบได้มาก

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน