
จีนเบรกอียูอย่ารีบหวังเงินช่วย
จีนขอดูรายละเอียดแน่ชัดก่อนตัดสินใจลงทุนกองทุนยุโรป ด้านสื่อปักกิ่งย้ำปัญหาของตัว อย่าหวังพึ่งคนอื่นมากเกินไป
จีนขอดูรายละเอียดแน่ชัดก่อนตัดสินใจลงทุนกองทุนยุโรป ด้านสื่อปักกิ่งย้ำปัญหาของตัว อย่าหวังพึ่งคนอื่นมากเกินไป
เอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของ จูกวงหยู รัฐมนตรีช่วยคลังของจีน เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่า รัฐบาลจีนจะรอดูรายละเอียดของกองทุนรักษาเสถียรภาพทางการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ให้มากกว่านี้ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนของจีนที่ไม่ต้องการเร่งรีบในการเข้าช่วยอุ้มวิกฤตหนี้ยุโรป โดยเป็นท่าทีในวันเดียวกับที่ เคลาส์ เรกลิง ประธานกรรมการกองทุนอีเอฟเอสเอฟเดินทางถึงจีนเพื่อหารือความเป็นไปได้ที่จีนจะเป็นนักลงทุนรายใหญ่ซื้อตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทุนดังกล่าว ในภารกิจสำคัญของการกอบกู้วิกฤตหนี้ยุโรป
“เราจำเป็นต้องรอให้มีความชัดเจนมากกว่านี้ในทางเทคนิค และยังต้องศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังก่อนที่จะตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน” กวงหยู กล่าว โดยนับเป็นทิศทางเดียวกันกับสื่อของทางการจีนที่รายงานก่อนหน้านี้ว่ายุโรปต้องเป็นผู้รับผิดชอบในวิกฤตหนี้ครั้งนี้ โดยไม่สามารถใช้ความเห็นอกเห็นใจของผู้อื่นเป็นตัวช่วยให้พ้นจากปัญหาในครั้งนี้
ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายแสดงความคาดหวังอย่างสูงว่าจีนจะใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศมหาศาลที่มีเข้ามาช่วยกู้วิกฤตการณ์หนี้สาธารณะของยุโรปในครั้งนี้ หลังที่ประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปสามารถบรรลุข้อตกลงเพิ่มทุนในกองทุนดังกล่าวเป็น 1 ล้านล้านยูโร จากเดิมที่ 4.4 แสนล้านยูโร ซึ่งหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวว่าจำนวนเงินลงทุนของจีนที่จะเข้าซื้อตราสารหนี้ของอีเอฟเอสเอฟอาจสูงถึงกว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3 ล้านล้านบาท)
ด้าน เรกลิง ได้ปฏิเสธการคาดหมายจากหลายฝ่ายที่หวังจะได้เห็นข้อสรุปการลงทุนจากจีนโดยเร็ว แต่ขณะเดียวกันก็แสดงความคาดหวังว่าจีนจะยังคงลงทุนซื้อตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทุนดังกล่าวต่อไปหลังจากที่ซื้อไปแล้วบางส่วน ทว่าไม่มีการเปิดเผยจำนวน
“เราต่างก็รู้ดีว่าจีนจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำเงินทุนสำรองที่เหลือไปลงทุน” เรกลิง กล่าวถึงทุนสำรองระหว่างประเทศขนาด 3.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐของจีน (เกือบ 100 ล้านล้านบาท)
ทั้งนี้ เรกลิง มีกำหนดจะพบกับรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลางของจีน และบรรดานักลงทุนในจีน เพื่อหารือในเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนดังกล่าว รวมถึงหารือการวางรูปแบบการลงทุน และความเป็นไปได้ที่จะเชื่อมโยงกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)







