
ลุ้นนิคมตะวันตก
รมว.อุตฯห่วงน้ำทางระบายใส่โตโยต้าย้ายรถไปเก็บเกตเวย์
รมว.อุตฯห่วงน้ำทางระบายใส่โตโยต้าย้ายรถไปเก็บเกตเวย์
“วรรณรัตน์” สั่งดูแลนิคมฯ ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น รับมือระบายน้ำท่าจีน โตโยต้าย้ายรถที่ผลิตแล้วไปเกตเวย์
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการตรวจสอบความคืบหน้าการเตรียมการรับมือกับปัญหาน้ำท่วมที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ว่า ขณะนี้จำเป็นต้องเตรียมการเฝ้าระวังนิคมอุตสาหกรรมฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ มากขึ้น ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาครและนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร เนื่องจากจะมีการระบายน้ำลงแม่น้ำท่าจีนมากขึ้น จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมฝั่งตะวันตกยังเดินเครื่องผลิตอยู่ แต่ได้สั่งการให้แต่ละนิคมเตรียมความพร้อมที่จะรับน้ำแล้ว
ทั้งนี้ จากการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปเตรียมความพร้อมภายในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร โรงงานส่วนใหญ่เริ่มดำเนินการป้องกันโรงงานแล้ว รวมถึงต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำนครชัยศรี ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถรับมือได้ แต่ยังมีปัญหาเรื่องการระบายน้ำออกอยู่ โดยทางนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาครต้องการเครื่องสูบน้ำอย่างน้อย 3 ตัว กำลังการสูบ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที เข้ามาเสริมเพิ่มเติมเพื่อรับมือหากน้ำล้นเข้ามาภายในพื้นที่
สำหรับนิคมอุตสาหกรรมฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ มี 2 นิคม คือ 1.นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร มีพื้นที่ 1,455 ไร่ มีโรงงาน 110 แห่ง มีคนงาน 1.6 หมื่นคน มีการลงทุน 2.23 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร มีพื้นที่ 1,417 ไร่ โรงงาน 49 แห่ง คนงาน 3,000 คน เงินลงทุน 1,680 ล้านบาท ส่วนใหญ่ผลิตกระดาษและการพิมพ์
นายสุรพงษ์ เชียงทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาครห่างจากอ่าวไทย 5 กม. ซึ่งรัฐบาลประกาศว่าจะมีน้ำทะเลหนุนในวันที่ 27-31 ต.ค. 2554 จึงกังวลน้ำที่จะผันมาทางตะวันตก เมื่อเจอกับน้ำทะเลหนุนแล้วจะเกิดปัญหาได้
ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ มีการเตรียมความพร้อมคืบหน้าไปมาก โดยนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังได้เตรียมตู้คอนเทนเนอร์ 20-30 ตู้ เพื่อป้องกันในจุดที่มีปัญหาน้ำเข้ามา ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำได้สูงกว่าคันกั้นน้ำเดิมแล้ว แต่ยังมีการเสริมคันกั้นน้ำให้สูงขึ้น จึงยังสามารถรับมือได้
นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย สายงานบริหาร กล่าวว่า ขณะนี้โรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ได้เตรียมความพร้อมที่จะรับมือน้ำท่วมอย่างเต็มที่ โดยมีการป้องกัน 3 ระดับ ตั้งแต่การป้องกันภายนอกที่มีพื้นที่ทั้งหมด 1,500 ไร่ โดยเสริมคันดินกระสอบทรายสูงจากระดับถนน 1.5 ม. การป้องกันตัวอาคารโรงงานมีการล้อมด้วยกระสอบทรายสูง 40 ซม. และการป้องกันเครื่องจักรที่สำคัญมีการล้อมกระสอบทราย และห่อหุ้มเครื่องจักรสำคัญไว้ทั้งหมดแล้ว
ขณะที่รถยนต์สำเร็จรูปส่วนใหญ่ได้ส่งให้ตัวแทนจำหน่ายไปแล้ว และส่วนที่เหลือได้ขนย้ายไปที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ทั้งหมดแล้ว โดยโรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตรถกระบะและรถกระบะดัดแปลงจำนวน 2.2 แสนคันต่อปี มีมูลค่าการลงทุนหลายหมื่นล้านบาท
ด้านนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ประธานกรรมการธุรกิจเกษตรและอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การแก้ปัญหาของรัฐขณะนี้ มุ่งไปที่ภาคอุตสาห กรรม แต่ผู้เดือดร้อนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเกษตรและอาหาร มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ 78 หมื่นล้านบาท กลุ่มปศุสัตว์ได้รับผลกระทบมากที่สุด รวมทั้งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีรายได้ไม่สูง นับจากนี้การฟื้นฟูเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการหลากหลายออกมารองรับ เช่น การส่งเสริมการลงทุนใหม่ สนับสนุนการนำเข้าเครื่องจักรและการช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี







