
เครือข่ายมือถือคุม24ชม.ป้องกันระบบสื่อสารล่ม
ใช่เพียงแต่ชุดยังชีพที่จำเป็นในกระเป๋าเป้สำหรับผู้อพยพเท่านั้น โทรศัพท์มือถือยังถือเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่สำคัญ
ใช่เพียงแต่ชุดยังชีพที่จำเป็นในกระเป๋าเป้สำหรับผู้อพยพเท่านั้น โทรศัพท์มือถือยังถือเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่สำคัญ
ไม่แพ้กันที่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมเลือกที่จะนำติดตัวไปด้วย แต่เบื้องหลังสิ่งสำคัญ คือ เครือข่ายที่ต้องพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้เองผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจึงต้องเตรียมการเฝ้าระวังเพื่อพร้อมรับมือกับภาวะน้ำท่วมกรุงที่ทยอยเข้าในหลายๆ พื้นที่ขณะนี้ และก็น่ายินดีว่า การใช้งานมือถือและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตยังดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่าน้ำจะท่วมแค่ไหน ตราบใดที่กระแสไฟฟ้ายังจ่าย และน้ำมันยังมี
วิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า ได้เตรียมพร้อมด้านเครือข่ายเพื่อรองรับการใช้งานเต็มที่กรณีเกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ เป็นเวลานาน โดยแต่ละสถานีฐานมีแบตเตอรี่สำรองที่ใช้งานได้ 3 ชั่วโมง กรณีถูกตัดกระแสไฟฟ้า หากสถานีฐานหยุดทำงานการสื่อสารจะไปอยู่ที่ชุมสายหลัก
ทั้งนี้ ชุมสายส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในโซนที่ปลอดภัยและอุปกรณ์ภายในชุมสายอยู่สูงกว่าปกติ แต่ละชุมสายจะมีเครื่องปั่นไฟ 2 เครื่อง มีเจ้าหน้าที่คอยเติมน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เครือข่ายใช้ได้ ดังนั้นหากน้ำมันยังหาได้การสื่อสารผ่านมือถือก็ยังคงใช้งานได้ปกติ
สำหรับในกรุงเทพฯ มีชุมสายเอไอเอสทั้งหมด 5 แห่ง คือ อาคารอินทัช 2 ถนนพหลโยธิน รังสิตคลอง 3 แจ้งวัฒนะ สุขาภิบาล และอ่อนนุช ซึ่ง 2 จุดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงมาก คือ รังสิต และแจ้งวัฒนะ ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามบริษัททีโอที เอไอเอสได้เตรียมการรับมืออย่างเต็มที่ โดยหากเข้าขั้นวิกฤตจะโอนปริมาณการใช้งานที่เกิดขึ้นไปที่ชุมสายที่ใกล้ที่สุดซึ่งสามารถรองรับการใช้งานได้เพียงพออย่างแน่นอน รวมทั้งมอนิเตอร์การใช้งานตลอดเวลา
หากบริเวณไหนที่มีการใช้งานหนาแน่นจนโทรไม่ได้ จะขยายช่องสัญญาณให้โทรออกได้มากขึ้น เพื่อช่วยให้การติดต่อสื่อสารขอความช่วยเหลือเกิดขึ้นได้ทันเวลา
วรรษิษฐ์ ไสยวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ได้เตรียมน้ำมันไว้ 4,000- หมื่นลิตร สำหรับเป็นเชื้อเพลิงสำรองเพื่อให้สถานีฐานแต่ละแห่งยังคงให้บริการต่อไปได้กรณีถูกตัดไฟ ซึ่งจากน้ำท่วมในหลายจังหวัดที่ผ่านมาพบว่าการสื่อสารยังคงใช้งานได้ท่ามกลางภาวะวิกฤต
ในส่วนของชุมสายดีแทคมี 4 แห่ง คือ จามจุรีสแควร์ รังสิตคลอง 5 ศรีนครินทร์ และยานนาวา ซึ่งแต่ละแห่งอยู่คนละโซนกันเพื่อรองรับกรณีที่ชุมสายใดชุมสายหนึ่งเกิดปัญหา แต่ขณะนี้ทุกชุมสายยังให้บริการได้ปกติ
นนท์ อิงคุทานนท์ ผู้จัดการทั่วไป สายงานบริการบรอดแบนด์ ทรู ออนไลน์ กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ทรูได้เตรียมพร้อมด้านระบบโครงข่ายสื่อสารเพื่อรับมือกับภาวะน้ำท่วมกรุงเทพฯ เพื่อให้การสื่อสารทั้งโทรศัพท์พื้นฐาน และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ ยังคงให้บริการต่อไปได้ โดยทรูไม่ได้รับผลกระทบด้านโครงข่ายมากนัก เนื่องจากเป็นเคเบิลใยแก้ว ซึ่งวางผ่านท่อที่มีระบบป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ที่ได้รับผลกระทบบางส่วนคือโทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์สาธารณะ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ถูกน้ำท่วม
ด้านบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ เครือจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า บริการบรอดแบนด์ภายใต้แบรนด์ ทรี บีบี ยังคงสามารถให้บริการได้ปกติท่ามกลางภาวะน้ำท่วม เพราะสายของทรี บีบี ทั้งหมดอยู่กับเสาไฟฟ้า ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่สูงมาก รวมทั้งชุมสาย (Node) ก็อยู่ในจุดที่น้ำไม่ท่วมเช่นกันและมีไฟสำรองกรณีถูกตัดกระแสไฟฟ้า
จิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า ได้เร่งสร้างแนวกำแพงป้องกันน้ำให้สูงขึ้นจากเดิมเป็น 2 เมตร ในส่วนของที่ทำการ กสทฯ บางรัก ซึ่งตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อรับมือระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น และเครือข่ายการสื่อสารของ กสทฯ บางรัก ทั้งหมดอยู่ในชั้นสูงที่ปลอดภัย จึงมั่นใจว่าเครือข่ายทั้งหมดจะไม่เกิดปัญหาใดๆหากน้ำท่วมชั้นล่างของตึกบางรัก
นอกจากนี้ ได้เตรียมแผนรองรับน้ำท่วมไว้ด้วย โดยเฉพาะส่วนโครงข่ายสื่อสารหลักที่ต้องเชื่อมต่อต่างประเทศ คือ เตรียมเครื่องปั่นไฟ พร้อมน้ำมันสำรองที่เพียงพอสำหรับ กสทฯ บางรัก และนนทบุรี ที่จะสามารถเดินเครื่องต่อไปได้อีก 10 วัน หากมีการหยุดจ่ายกระแสไฟ
นายอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอส ล็อกซ์อินโฟ ผู้ให้บริการไอซีทีครบวงจร กล่าวว่า ได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าองค์กร โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายรูปแบบ ทั้งการรับฝากข้อมูลอินเทอร์เน็ต การโอนย้ายเซิร์ฟเวอร์ และการให้พื้นที่ของสำนักงานบางส่วนให้ลูกค้าที่ต้องการใช้ในการดูแลรักษาระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆ
เห็นความพร้อมเต็ม 100% ของผู้ให้บริการโครงข่ายแล้ว ผู้ใช้คงอุ่นใจอีกโขทีเดียว







