posttoday
ลดสเปกบัตรชาวนา

ลดสเปกบัตรชาวนา

28 ตุลาคม 2554

ธกส.หั่นงบเหลือปีละ300ล.เลิกรูดปรื๊ดเน้นบัตรสินเชื่อ

ธกส.หั่นงบเหลือปีละ300ล.เลิกรูดปรื๊ดเน้นบัตรสินเชื่อ

คลอดเกณฑ์บัตรเครดิตชาวนา เปลี่ยนเป็นเช่าเหมา 3 ปี หั่นค่าดำเนินการเหลือ 300 ล้านบาท แจกเกษตรกร 2 ล้านราย ม.ค.ปีหน้า

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง และประธานคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส.มีมติเห็นชอบให้ปรับวงเงินการวางระบบโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรลดลงเหลือ 300 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งงบไว้ 1,008 ล้านบาท โดยให้ใช้วิธีเช่าเหมาบริการระบบงานบัตรสินเชื่อเกษตรกร ทั้งระบบการบริหารจัดการบัตร ระบบความคุมวงเงิน และระบบการบริหารจัดการร้านค้าเป็นระยะเวลา 3 ปี

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ที่สามารถลดวงเงินดำเนินการได้ลงเหลือ 300 ล้านบาท เพราะมีการใช้ระบบงานธุรกิจหลัก (คอร์แบงกิง) ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ค. 2555 ของธนาคารเอง จากเดิมที่ต้องเช่า และได้มียกเลิกเงื่อนไขที่กำหนดว่า จะต้องมีการสแกนหน้า สแกนนิ้วมือของเกษตรกรที่จะใช้บัตร จึงทำสามารถให้ปรับลดวงเงินในการดำเนินการได้มาก

“ผมคาดว่าจะเริ่มเปิดประมูลผู้ดำเนินโครงการได้ในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งผู้ประมูลในครั้งแรกยังสามารถเข้าร่วมประมูลในครั้งใหม่ได้” นายลักษณ์ กล่าว

สำหรับราคาต้นทุนค่าบัตรนั้นอยู่ที่ใบละ 40 บาท โดยยังคงเป็นบัตรที่มีแถบแม่เหล็กและมีไมโครชิปเหมือนบัตรเครดิต ซึ่งบัตรที่จะนำมาใช้นี้จะไม่ถือเป็นบัตรเครดิต แต่เป็นเพียงบัตรสินเชื่อเกษตรกรเท่านั้น คาดว่าจะเริ่มแจกจ่ายบัตรในเดือน ม.ค. 2555 สำหรับเกษตรกร 2 ล้านราย ปรับลดลงจากเดิมที่จะให้กับเกษตรกรที่เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. 3 ล้านราย

นายลักษณ์ กล่าวอีกว่า เงื่อนไขการใช้บัตรยังคงเหมือนเดิม คือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรลูกค้าในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การเกษตร หรือชำระค่าบริการต่างๆ โดยสินค้าที่จะซื้อได้นั้น เปิดให้เฉพาะชำระค่าปัจจัยการผลิต ได้แก่ ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว ค่าปุ๋ย และค่ายาปราบศัตรูพืชที่เกษตรกรซื้อจากสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) และร้านค้าเครือข่ายอีก 3,000 แห่ง

ทั้งนี้ เกษตรกรที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการบัตรสินเชื่อ ต้องเป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ไม่มีหนี้ค้างชำระ และไม่เป็นลูกค้าตามโครงการพักชำระหนี้ ประกอบอาชีพทำนาข้าวและมีผลผลิตข้าวส่วนเหลือเพื่อขาย และต้องนำผลผลิตข้าวของตัวเองมาจำนำตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล

สำหรับวงเงินสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการผลิตของเกษตรกร ธ.ก.ส.กำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 70% ของผลผลิตส่วนเหลือเพื่อขาย โดย ธ.ก.ส.จะกำหนดวงเงินตามความจำเป็นและเหมาะสมในการผลิตข้าวของเกษตรกรแต่ละรายไม่เกิน 30% ของ 70% ตามวงเงินสินเชื่อ คิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ ซึ่งปัจจุบันเท่ากับ 7% ปลอดดอกเบี้ย 30 วัน โดยจะตัดยอดการใช้บัตรสินเชื่อเกษตรกรในวันที่ 31 ธ.ค.ของทุกปี และกำหนดชำระคืนในวันที่ 31 มี.ค.ของทุกปี ในกรณีเกษตรกรไม่สามารถชำระหนี้ ธ.ก.ส.จะปรับดอกเบี้ยเป็นอัตราสูงสุด คือ เอ็มอาร์อาร์บวก 3 หรือปีละ 10% รวมทั้งเบี้ยปรับ


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท