
สาวไทยหมดอารมณ์สวย
คิวรอนชี้กระทบอุปกรณ์ทำผมยอดขายวูบหวัง1-2เดือนฟื้น
คิวรอนชี้กระทบอุปกรณ์ทำผมยอดขายวูบหวัง1-2เดือนฟื้น
คิวรอนชี้วิกฤตน้ำท่วมซัดสาวไทยเลิกสวยชั่วคราว กระทบตลาดอุปกรณ์ทำผม คาด 1-2 เดือนปรับสภาพสู่ปกติ
นายวิรัช นอร์แมน กอว์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวรอน ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุปกรณ์แต่งผม “เลอซาช่า” เปิดเผยว่า จากปัญหาภัยน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบถึงการใช้บริการเสริมสวยของผู้บริโภคในร้านทำผม รวมถึงกำลังซื้อผู้บริโภคที่หายไป โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางที่มีสัดส่วนยอดขายราว 30% และหากน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ จะส่งผลให้ยอดขายหายไปถึง 50%
ทั้งนี้ เนื่องจากลูกค้าหลักของบริษัทเป็นกลุ่มร้านค้าส่งอุปกรณ์ทำผมถึง 80% และกลุ่มลูกค้าทั่วไปผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด 20% โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือนนับจากนี้บรรยากาศโดยรวมของผู้บริโภคจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และพร้อมกลับมาดูแลความสวยงามมากขึ้น
“หากบรรยากาศการจับจ่ายกลับมาจะส่งผลดีต่อการทำสินค้าอุปกรณ์แต่งผมประเภทต่างๆ เช่น กลุ่มเครื่องเป่าผม โดยจะเติบโตดีในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปที่จะซื้อสินค้ามาเสริมสวยให้กับตัวเองมากขึ้น แทนการเข้าใช้บริการในร้านทำผมที่ยังไม่เปิดให้บริการหลังน้ำท่วม” นายวิรัช กล่าว
สำหรับในส่วนของบริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ถนนกรุงเทพกรีฑา ซึ่งเป็นจุดต่ำที่สุดของเขตกรุงเทพฯ บริษัทเตรียมมาตรการรองรับทั้งการวางแนวกั้นน้ำและคลังสินค้า และมีสต๊อกสินค้าทั้งแบรนด์คิวรอน และเลอซาช่า นาน 3 เดือนโดยบริษัทยังไม่มีแผนนำเข้าสินค้าเพิ่มเติมในขณะนี้ จากปัจจุบันแบ่งเป็นสินค้านำเข้า จากฮ่องกง 80% และสินค้าผลิตในประเทศ 20%
“ในส่วนของพนักงานสาธิตสินค้า(บีเอ)ของบริษัทที่มีอยู่กว่า 300คน ที่ปัจจุบันได้มีการโยกย้ายพนักงานบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสาขาที่โดนน้ำท่วม คือ ฟิวเจอร์รังสิต, โรบินสัน อยุธยา และหาดใหญ่ ไปยังสาขาอื่นๆ ที่ยังเปิดให้บริการปกติ” นายวิรัช กล่าว
จากสถานการณ์ดังกล่าว บริษัทยังไม่ได้ปรับแผนการดำเนินธุรกิจในขณะนี้ โดยเชื่อว่ารัฐบาลจะยังคงควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ แต่อาจส่งผลกระทบกับยอดขายบริษัทในเดือน ต.ค.ที่อาจเติบโต 15-20% จากเดิมในไตรมาส 4 ปีนี้ วางเป้าเติบโตไว้ 20-30% โดยในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ยอดขายเติบโต 20% จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายกับพันธมิตรต่างๆ และการใช้ “หนูนาหนึ่งธิดา โสภณ” เป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์เลอซาช่า
ในสิ้นปี 2554 หากพื้นที่ในกรุงเทพฯ ประสบปัญหาน้ำท่วม บริษัทคาดมีเติบโตราว 5-10% จากเป้าเดิมอยู่ที่ 20% โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีอัตราการเติบโต 20% จากปีที่ผ่านมา โดยจะขอประเมินสถานการณ์น้ำอีกครั้งในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ ก่อนเตรียมแผนในปีหน้า
นอกจากนี้ จะเพิ่มงบการตลาดเพื่อจัดกิจกรรมเชิงรุกมากขึ้น โดยจะเน้นกิจกรรมการตลาดไม่ผ่านสื่อ (บีโลว์เดอะไลน์) ในสัดส่วน 60% และผ่านสื่อ (อะโบฟเดอะไลน์) 40% จากเดิมบีโลว์เดอะไลน์ 40% และอะโบฟเดอะไลน์ 60%







