
ตีกรอบเยียวยาเกษตรกร
สมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
สมยศ ภิราญคำ รองเลขาธิการรักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
เปิดเผยว่า กองทุนฟื้นฟูฯได้เร่งเตรียมแผนให้ความช่วยเหลือสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเร่งด่วนตามมติที่ประชุมคณะกรรมการจัดการหนี้
กำหนดกรอบการช่วยเหลือ 3 มาตรการหลัก คือ 1.ปลดหนี้ ลดหนี้ และพักชำระหนี้ ซึ่งสมาชิกที่เป็นหนี้วงเงินไม่เกิน 3.5 หมื่นบาท จะยกหนี้หรือปลดหนี้ให้ทันที มีประมาณ 8,756 ราย ใช้เงินอุดหนุน 306 ล้านบาท ส่วนสมาชิกที่เป็นหนี้มากกว่า 3.5 หมื่นบาท จะได้รับการปลดหนี้ในวงเงิน 3.5 หมื่นบาทก่อน ที่เหลือให้พักชำระหนี้ภายใน 3 ปี ไม่คิดเงินต้นและดอกเบี้ย
2.จ่ายเงินสนับสนุนแก่สมาชิกสำหรับเป็นปัจจัยการผลิตรายละ 7,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ 3.อนุมัติเงินสนับสนุนโครงการฟื้นฟูอาชีพตามที่องค์กรเกษตรกรได้เสนอเข้ามา จะเริ่มให้การช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2554
เบื้องต้นจะเร่งช่วยเหลือสมาชิกที่ผ่านการฝึกอบรมและกำลังฝึกอบรม 8 หมื่นราย เป็นเกษตรกรที่มีรายชื่อในโครงการปรับโครงสร้างหนี้ โดยจะมอบเงินสนับสนุนเพื่อเป็นปัจจัยการผลิตรายละ 7,000 บาท
เกษตรกรที่ไม่มีรายชื่อปรับโครงสร้างหนี้ หรือไม่ถูกซื้อหนี้ แต่ได้เสนอโครงการฟื้นฟูอาชีพผ่านองค์กรเกษตรกรกว่า 3,000 โครงการนั้น กองทุนพื้นฟูฯ จะเร่งพิจารณาอนุมัติโครงการที่วงเงินกู้ยืมไม่เกิน 5 แสนบาท จำนวน 1,336 โครงการวงเงินรวม 423 ล้านบาท โดยให้อนุกรรมการระดับจังหวัดนำเสนอโครงการมายังกองทุนฟื้นฟูฯ เพื่อรับการอนุมัติภายใต้อำนาจของเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ
โครงการที่วงเงินกู้ยืมเกิน 5 แสนบาท จำนวน 956 โครงการ วงเงินกว่า 3,720 ล้านบาท ให้คณะอนุกรรมการระดับภาคเป็นผู้นำเสนอมายังส่วนกลาง เพื่อให้คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูฯ พิจารณาต่อไป
ปัจจุบันมีโครงการที่ผ่านการพิจารณาและได้รับอนุมัติจากกองทุนฟื้นฟูฯ และอยู่ระหว่างปรับปรุงรายละเอียดโครงการ 58 โครงการ วงเงินกู้รวม 25,784,490 บาท แยกเป็นภาคเหนือ 17 โครงการ สมาชิก 2,153 ราย วงเงินกู้ยืม 7,032,950 บาท ภาคกลาง 13 โครงการ สมาชิก 860 ราย วงเงินกู้ 5,721,330 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 โครงการ สมาชิก 1,362 รายวงเงินกู้ 9,245,400 บาท และภาคใต้ 9 โครงการ สมาชิก 367 ราย วงเงินกู้ 3,785,310 บาท
“ที่ผ่านมากองทุนฟื้นฟูฯ ได้จัดเวทีสัญจรในทุกภูมิภาคเพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการกู้ยืมไม่เกิน 5 แสนบาท โดยมุ่งสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างองค์กรเกษตรกรและพนักงานของกองทุนฟื้นฟูฯ สาขาจังหวัด เพื่อให้การจัดทำโครงการฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกรมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรรวมทั้งสะท้อนมุมมองเพื่อปรับปรุงการทำงานร่วมกัน ทำให้ผ่านการพิจารณาและได้รับเงินกู้เร็วขึ้น”
สมยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนฟื้นฟูฯ จะให้องค์กรเกษตรกรที่เสนอแผนหรือโครงการเงินกู้ยืม กรณีวงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท กลับไปปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดตามเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด เรียกว่า “ปรับ 4 ปรับ” ได้แก่ 1.ปรับ/ตรวจสอบจำนวนเกษตรกรสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการตามความเป็นจริง
2.ปรับกิจกรรมฟื้นฟูอาชีพให้มีอย่างน้อย 23 กิจกรรมที่เกื้อกูลกัน 3.ปรับเงื่อนไขกิจกรรมให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด ระดับภาค ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ4.ปรับความคาดหวังหรือเป้าหมายให้สามารถตอบโจทย์ให้กับองค์กรเกษตรกรได้
“โครงการของกลุ่มเกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกรที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา หรือไม่ได้รับอนุมัติ กองทุนฟื้นฟูฯ ได้มอบหมายให้สำนักงานสาขาจังหวัดเร่งสร้างความเข้าใจและให้ความรู้แก่องค์กรเกษตรกร เพื่อปรับปรุงและแก้ไขโครงการฟื้นฟูอาชีพเดิมให้สอดคล้องกับ 4 ประเด็นดังกล่าวก่อนเสนอให้กองทุนฟื้นฟูฯ พิจารณาอีกครั้ง”สมยศ กล่าว







