
รายได้ปิโตรเลียมพุ่งสูงสุดรอบ30ปี
“พิชัย”ปลื้มยอดเก็บรายได้ปิโตรเลียม 1.46 แสนล้านบาท พุ่ง21% สูงสุดในรอบ30ปี เล็งขอคลังเปลี่ยนเงื่อนไขเก็บค่าภาคหลวง
“พิชัย”ปลื้มยอดเก็บรายได้ปิโตรเลียม 1.46 แสนล้านบาท พุ่ง21% สูงสุดในรอบ30ปี เล็งขอคลังเปลี่ยนเงื่อนไขเก็บค่าภาคหลวง
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยถึง ผลการจัดเก็บรายได้ของประเทศจากการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมในประเทศและจากพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ในรอบปีงบประมาณ 2554(ต.ค.53-ก.ย.54) มีเงินนำส่งรัฐ 1.46 แสนล้านบาท สูงกว่าปีงบประมาณ 2553 อยู่ 2.54 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21% สูงสุดในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่มีการจัดเก็บรายได้จากกิจการปิโตรเลียมในปี 2524
ทั้งนี้จะหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อขอเปลี่ยนเงื่อนไขการจ่ายค่าภาคหลวงของผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมจากเดิมในรูปของจำนวนเงินเป็น ปริมาณน้ำมันแทน เพื่อรองรับนโยบายการเพิ่มสำรองน้ำมันในประเทศเพิ่มจาก 18 วัน เป็น 29วัน ซึ่งการเพิ่มสำรองน้ำมันจะต้องหาสถานที่หรือคลังน้ำมันในการจัดเก็บ โดยจะสอบถามจากบริษัทน้ำมันมีพื้นที่ไหนที่ยังสามารถจัดเก็บน้ำมันได้อีก เช่น บริษัทไออาร์พีซี เป็นต้น
“เป็นเรื่องที่ดีการจัดเก็บรายได้ปิโตรเลียมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเงินเหล่านี้สามารถนำมาใช้ในโครงการของกระทรวงพลังงานได้ โดยใช้อำนาจของรมว.พลังงาน ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเก็บค่าภาคหลวงจากเงินเป็นน้ำมัน”นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวถึง โครงการลงทุนท่อส่งน้ำมันไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่า จะใช้เงินลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการขนส่งน้ำมันได้สะดวกขึ้น โดยแผนการลงทุนนั้นเบื้องต้นต้องการบริษัทปตท.ในฐานะที่ถือหุ้นใหญในบริษัทท่อขนส่งน้ำมันปิโตเลียม (แทปไลน์) 33.19% ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจการขนส่งน้ำมันในประเทศอยู่แล้วเข้ามาดูแล โดยต้องการให้ซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นต่างชาติ เพื่อทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นที่มากขึ้นและสามารถใช้อำนาจในการตัดสินใจการลงทุนในแต่ละโครงการได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะโครงการท่อส่งน้ำมันที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้







