
สินเชื่อแบงก์โต6-9%
ผู้ว่าธปท.คาดใช้ซ่อมโรงงาน‘ซิตี้กรุ๊ป’เชียร์3ธนาคารใหญ่
ผู้ว่าธปท.คาดใช้ซ่อมโรงงาน‘ซิตี้กรุ๊ป’เชียร์3ธนาคารใหญ่
ผู้ว่าการ ธปท.คาดสินเชื่อธนาคารโต 6-9% ปีหน้าโรงงานต้องใช้เงินก้อนโตซ่อมแซม ซิตี้ กรุ๊ป เพิ่มเป้ากำไรกลุ่มธนาคาร ต่างชาติลุยซื้อหุ้น
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุลผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า กรณีสถาบันจัดอันดับมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยลงในปีนี้เหลือ 2.8% นับว่าใกล้เคียงกับตัวเลขที่ ธปท.คาดไว้ว่าปีนี้จะโตต่ำกว่า 3% ส่วนแนวโน้มจะเป็นอย่างไร ในเร็วๆ นี้จะมีการเปิดเผยตัวเลขออกมา
กรณีที่กังวลว่าความต้องการใช้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์จะลดลงมากในปีหน้านั้น นายประสาร กล่าวว่า โรงงานต่างๆ จะมีความต้องการใช้สินเชื่อจำนวนมากในการซ่อมแซมหลังน้ำลดในปีหน้า แม้สินเชื่ออุปโภคหรือบริโภคจะชะลอตัวลงบ้างก็ตาม
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มสินเชื่อคงจะไม่เติบโตแรง 15-17% อีกแล้ว หากขยายตัวล้อกับตัวเลขเศรษฐกิจที่โตประมาณ 2-4% และอัตราเงินเฟ้อ 3-4% คาดว่าสินเชื่อจะเติบโต 6-9% ได้
ด้านน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรม7 แห่งนั้นมีผลต่อสินเชื่อไม่มากนัก เนื่องจากมีสินเชื่อคงค้างกว่า 6 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนของธนาคารไทย 5-6% และธนาคารต่างประเทศ 4-4% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินญี่ปุ่น
ซิตี้ กรุ๊ป วิเคราะห์ปรับขึ้นประมาณการเติบโตกำไรกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในปี 2555 ขึ้นเป็น 10% จาก 9% ภายหลังกำไรไตรมาส 3 ออกมาเติบโต 2-3%ตามประมาณการ เนื่องจากอัตราการเติบโตของสินเชื่อ 17% และส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ
ประมาณการกำไรที่ปรับเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลดีจากการลดภาษีนิติบุคคล แม้สินเชื่อและค่าธรรมเนียมจะเติบโตในอัตราชะลอตัวใน 3-6 เดือนข้างหน้า ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิจะลดลง และมีการตั้งสำรองเพิ่ม
ซิตี้ กรุ๊ป แนะนำซื้อหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เพราะราคาถูกและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมน้อย ขณะที่ให้หลีกเลี่ยงหุ้นเสี่ยงจากน้ำท่วม คือ ธนาคารทหารไทย (TMB) บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) และธนาคารกรุงไทย (KTB)
ด้านตลาดหุ้นไทยไม่กลัวน้ำท่วม ดัชนีหุ้นพุ่งแรงกว่าเอเชีย ปิดที่ 942.55 จุด เพิ่มขึ้น 26.21 จุด หรือ 2.86% แต่มูลค่าการซื้อขายไม่มากนัก 28,774 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหนักมือถึง 5,982 ล้านบาท และซื้อตราสารหนี้ 3,503ล้านบาท
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณผู้อำนวยการการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล และกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ทิสโก้ กล่าวว่า น้ำท่วมไม่กระทบต่อหุ้นมากเพราะหุ้นไทยถูกฝรั่งทุบไปก่อนหน้านี้แล้วจากวิกฤตหนี้ยุโรป ทำให้พอร์ตต่างชาติว่างเมื่อยุโรปดีขึ้นจึงกลับมาซื้อ
ขณะที่น้ำท่วมความเสียหายยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าจะเสียหายมากกว่า 12 แสนล้านบาท หรือมากกว่า 2% ของผลิตภัณฑ์มวล รวมในประเทศ (จีดีพี) จึงจะมีการปรับลดประมาณการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนของปีนี้ลงจากที่คาดว่าจะเติบโต 15-20%
“โชคดีที่ 9 เดือนที่ผ่านมาจีดีพีของไทยดีมาก ทำให้เชื่อว่าทั้งปีจีดีพียังเติบโต 2-3% และจะเด้งขึ้นมาปี 2555 เติบโตเกิน 4% เพราะมาตรการเยียวยา” นายสาห์รัช กล่าว







