posttoday
ความผิดพลาด5ประการที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้หมายที่วางไว้

ความผิดพลาด5ประการที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้หมายที่วางไว้

25 ตุลาคม 2554

ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูทำแผนธุรกิจของบริษัท ซึ่งก็น่าแปลกที่แทบทุกบริษัททำแผนธุรกิจกันหมด

ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูทำแผนธุรกิจของบริษัท ซึ่งก็น่าแปลกที่แทบทุกบริษัททำแผนธุรกิจกันหมด

แต่มีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จตามแผน จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ที่อเมริกาก็เป็นเหมือนกัน

Franklin Covey บริษัทที่ปรึกษาในด้านการบริหารเวลาชื่อดัง ได้ทำการสำรวจองค์กรต่างๆ กว่า 1.5 หมื่นองค์กร พบว่า 4 ใน 5 ขององค์กรที่สำรวจไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ และยิ่งร้ายไปกว่านั้น 1 ใน 3 องค์กรที่สำรวจล้มเหลวตั้งแต่เดือนแรก เหตุผลที่ทำให้ไม่บรรลุเป้าหมายที่ไว้วางไว้นั้น Kelly Goldsmith and Marshall Goldsmith ได้เขียนไว้ในบทความเรื่อง “Not Achieving Your Goals? 5 Common Mistakes” (อ่านรายละเอียดได้ใน http://www.bnet.com/blog/marshallgoldsmith/notachievingyourgoals5commonmistakes/286) โดยให้ความเห็นว่าเกิดจากความผิดพลาด 5 ประการ คือ

1.ประเมินขั้นตอนการดำเนินงานในการบรรลุเป้าหมายต่ำไป

ในตอนทำแผน หลายคนจะสนใจแต่เป้าหมาย KPI, Balanced Score Card ฯลฯ หลายๆ โมเดลแล้วแต่ละองค์กรจะนำมาใช้ และก็กลยุทธ์ที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น ซึ่งก็คือภาพกว้างๆ ของการดำเนินธุรกิจ ส่วนเรื่องของแผนปฏิบัติงานนั้น มักจะไม่ลงรายละเอียดกันมากนัก เพราะเห็นกันว่าเป็นเรื่องปลีกย่อยและเป็นเรื่องของหน่วยงาน แต่จริงๆ แล้ว แผนการปฏิบัติงาน คือ การแปลงกลยุทธ์จากนามธรรมมาเป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น กลยุทธ์บริษัท คือ การขยายฐานลูกค้า 10% ในกลุ่มแพทย์ หลายองค์กรอาจมองแค่ว่าต้องเพิ่มตัวแทนขาย แต่ไม่ได้มองลึกลงไปว่า กลุ่มแพทย์ที่จะเพิ่มมีพฤติกรรมอย่างไร อยู่ที่ไหน สังคมของกลุ่มลูกค้าเหล่านี้เป็นอย่างไร ฯลฯ หากเราไม่ศึกษาให้ลึกลงไป การเพิ่มตัวแทนขายก็อาจไม่ได้ทำให้การขายประสบความสำเร็จก็ได้

2.ไม่ได้รู้สึกเป็นเจ้าของเป้าหมายนั้น

หากเมื่อไรก็ตามที่คุณรับปากใครก็ตาม ไม่ใช่ด้วย “หัว” และ “ใจ” คุณก็มักจะไม่ได้ซีเรียสกับสิ่งที่คุณรับปากนั้น และสิ่งที่ตามมาก็คือ “ความล้มเหลว” ดังนั้นในตอนทำแผนงาน หลายๆ องค์กรจึงมักพยายามให้พนักงานรับปากในแผนงานด้วย “หัว” และ “ใจ” โดยให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการทำแผนงาน

นอกจากนี้ ความผิดพลาดอย่างหนึ่งที่ทำให้พนักงาน “ไม่ได้รู้สึกเป็นเจ้าของเป้าหมายนั้น” มาจาก “No man’s land” ซึ่งหมายถึง งานหรือโครงการใดที่ไม่มี ความชัดเจนว่าเป็นงานในความรับผิดชอบของใคร ใครคือผู้รับผิดชอบสูงสุดและโดยตรงต่องานหรือโครงการนั้น “No man’s land” โดยทั่วไปมักเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุ 1 ใน 2 สาเหตุ ดังนี้

lไม่มีการกำหนดผู้รับผิดชอบดูแล

lกำหนดผู้รับผิดชอบหลายคนดูแล

ในหลายกรณีเรามักจะมีการประชุมเพื่อเสนอโครงการต่างๆ กันมากมาย แต่เมื่อสรุปจากที่ประชุมมักมีแต่โครงการที่สวยหรู แต่ไม่มีการกำหนดผู้รับผิดชอบ เมื่อไม่มีการกำหนดผู้รับผิดชอบ แต่ละคนก็จะคิดว่างานนี้เป็นของคนอื่นไม่ใช่ของตนเอง (ทำนองช่วยกันคิด แต่ไม่ช่วยกันทำ) เมื่อต่างคนต่างคิดว่างานนี้ไม่ใช่ของตน งานก็ไม่สำเร็จแน่นอน เพราะไม่มีคนทำ

3.เป้าหมายไม่ชัดเจน หรือไม่สามารถวัดผลได้

ฝรั่งมีประโยคอยู่ประโยคหนึ่งที่อธิบายเรื่องนี้ได้ดี คือ

You can’t manage what you can’t measure. ถ้าวัดไม่ได้ ก็บริหารจัดการไม่ได้

You can’t measure what you can’t describe. ถ้าอธิบายไม่ได้ ก็วัดไม่ได้

พูดง่ายๆ ก็คือ “ความชัดเจน” นั่นเอง หลายครั้งเรามักจะพูดเรื่องงานกันแบบสั้นๆ โดยเข้าใจเอาเองว่า อีกฝ่ายเข้าใจอย่างที่เราพูดแล้ว เมื่อไม่มีความชัดเจน ก็ย่อมไม่สามารถบริหารจัดการได้ เพราะแต่ละคนจะทำในสิ่งที่ตนเองเข้าใจ ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่องค์กรอยากได้ก็ได้ ดังนั้นในช่วงทำแผนงาน เสียเวลาสักนิด พูดคุยกันให้เข้าใจว่า สิ่งที่จะใช้ในการวัดหรือประเมินผลงาน คือ อะไร สำคัญอย่างไร สูตรในการวัดเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ใครเป็นผู้วัด จะประเมินว่าสำเร็จหรือไม่เทียบกับอะไร วัดเมื่อไร ถี่แค่ไหน รางวัลหรือบทลงโทษเมื่อสำเร็จหรือไม่สำเร็จมีอะไร คุณภาพหรือเงื่อนไขของผลงานที่ต้องการมีอะไร เช่น การเพิ่มยอดขาย 20% ต้องอยู่บนเงื่อนไข คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าต้องเพิ่มขึ้น 10% เป็นต้น

4.รู้สึกท้อเมื่องานไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

แน่นอนไม่มีใครสำเร็จได้เสมอไป (ส่วนใหญ่ไม่ค่อยสำเร็จด้วยซ้ำ) ดังนั้นเมื่อไรก็ตามที่งานเราไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เราก็มักจะท้อ เครียด เมื่อท้อ หรือเครียด ขอให้เรามีสติ รู้สึกตัวว่า “เรากำลังท้อหรือเครียดนะ มันไม่ดี เสียพลังงานไปโดยไม่มีประโยชน์” ขอให้นึกถึงปรัชญาพุทธของทางทิเบตบทหนึ่งที่ว่า “หากเรารู้ว่าปัญหานั้นแก้ไขได้ มีประโยชน์อันใดที่จะเครียดกับมัน และยิ่งหากท่านรู้ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แล้วท่านจะเครียดกับมันไปเพื่อเหตุอันใด” หรือหากเราเป็นคริสเตียนในพระคริสตธรรม มัทธิว บทที่ 11:28 บอกกับเราว่า “บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข” เมื่อไรก็ตามที่คุณท้อ เมื่องานไม่สำเร็จตามความคาดหวัง เมื่อไรก็ตามที่คุณอยู่ในภาระแห่งความกังวล ความเศร้า ความกระวนกระวาย ความทุกข์ยากลำบาก ความกลัว ความเจ็บป่วย ความไม่แน่นอน และภัยพิบัติต่างๆ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า มีผู้หนึ่งที่อยู่เคียงข้างเราเสมอ ตลอดทุกภาระหนักของเรา คือ พระเจ้า ให้เราเชื่อมั่นและวางใจในพระสัญญาของพระองค์ ว่าไม่มีสิ่งใดที่พระองค์ทรงกระทำไม่ได้

5.พยายามที่จะบรรลุเป้าหมายโดยลำพัง

ลักษณะงานในปัจจุบันมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และเป็นงานที่ไม่สามารถสำเร็จได้ตัวเองคนเดียว ผู้ที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องมีเพื่อน ต้องมีทีม หรือ Teamwork และสิ่งสำคัญที่สุดของการทำงานแบบ Teamwork คือ Trust หรือความไว้วางใจ ดังนั้นหากเราต้องการมีทีมงานที่ดี เราก็ต้องเริ่มจากใจเราก่อน คือ เรา Trust เพื่อนร่วมทีมของเรารึยัง

ข่าวดี

อีกหนึ่งช่องทางเพื่อร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ธนาคารเกียรตินาคินได้ร่วมกับกระทรวงการคลัง เปิดบัญชี “คลังรวมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม” เลขที่ 00012100006645 ประเภทออมทรัพย์ ธนาคารเกียรตินาคิน สำนักอัมรินทร์ (สำนักงานใหญ่) ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอน ผู้บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. 31 ธ.ค. 2554 สามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีได้ 1.5 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 026803333 หรือ [email protected] 
 

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี