
กสิกรจ่อรุกETFแก้มือต่ำเป้าปีนี้
บลจ.กสิกรไทย หวั่นน้ำท่วมทำสินทรัพย์ขยับถึงเป้าลำบาก รอเสียงตอบรับกองทุนทองอีทีเอฟคึกคัก พร้อมส่งกองใหม่บุกตลาด
บลจ.กสิกรไทย หวั่นน้ำท่วมทำสินทรัพย์ขยับถึงเป้าลำบาก รอเสียงตอบรับกองทุนทองอีทีเอฟคึกคัก พร้อมส่งกองใหม่บุกตลาด
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า อุทกภัยที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้การผลักดันสินทรัพย์ภายใต้การบริหารโตถึงเป้าหมายในสิ้นปี 2554 ที่ระดับ 7.2 แสนล้านบาท ได้ยาก แต่ปัจจุบันบริษัทสามารถเพิ่มสินทรัพย์ขึ้นมาจากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 6.34 แสนล้านบาท มาเป็น 6.8 แสนล้านบาท ส่วนรายได้และกำไรคงจะทำได้ตามเป้า
“ปีนี้สินทรัพย์เราเพิ่มขึ้นมาประมาณ 7.25% เติบโตมากกว่าอุตสาหกรรมโดยรวมที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะเดียวกันเราก็เน้นเพิ่มงานบริการ ช่องทางขายให้ระบบมีความสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าที่เราจะเน้นแต่เพิ่มสินทรัพย์” นายพัชร กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทรอดูการตอบรับและการดูแลสภาพคล่องของกองทุนเปิดเคโกลด์ อีทีเอฟ ที่มีนโยบายลงทุนในทองที่มีมาตรฐานความบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 96.5% ในประเทศ ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟทองกองแรกของบริษัทว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากน้อยแค่ไหน หากอยู่ในระดับที่น่าพอใจ บริษัทพร้อมรุกในตลาดกองทุนอีทีเอฟที่ลงทุนในหลักทรัพย์อื่นในประเทศนำเสนอแก่นักลงทุนต่อไป เช่น SET50 เป็นต้น
“ยอดจองซื้อกองทุนเปิดเคโกลด์ อีทีเอฟ ในครั้งแรก 1,497 ล้านบาท มาจากตัวแทนขายทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกสิกรไทยและผู้ค้าทองรายใหญ่ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ บริษัทเอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส และบริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส” นายพัชร กล่าว
ทั้งนี้ กองทุนเปิดเคโกลด์ อีทีเอฟ จะเข้าจดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ โดยมีจำนวนหน่วยลงทุนประมาณ 62 ล้านหน่วย ราคาพาร์หรือมูลค่าที่ตราไว้หน่วยละ 24.15 บาท
สำหรับแผนออกกองทุนใหม่ในช่วงที่เหลือของปีนี้ นายพัชร กล่าวว่า จะเน้นกองทุนตราสารหนี้ที่ออกมารองรับกองทุนเก่าที่ครบอายุการลงทุนเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็สนใจออกกองทุนสตรักเจอร์โน้ตเสนอขายนักลงทุน เพราะรูปแบบลงทุนเข้าใจง่าย แต่ต้องรอจังหวะตลาด จึงคาดการณ์ไม่ได้ว่าจะเสนอขายในปีนี้หรือไม่
กองทุนรวมเพื่อไปลงทุนต่างประเทศ (FIF) ที่ลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศอีกทอดไม่มีแผนออกอีกไปจนถึงปีหน้า เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีกองทุน FIF ที่มีนโยบายการลงทุนหลากหลาย รองรับความต้องการของนักลงทุนแล้ว
“กองทุน FIF ที่เราแนะนำลูกค้ามาตลอด คือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นอินเดียและจีน ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตที่ดีและเป็นโอกาสในการลงทุน ขณะเดียวกันก็มีกองทุน KMENA ที่ลงทุนในหุ้นในตะวันออกกลางก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ นอกจากเน้นลงทุนหุ้นในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง” กรรมการผู้จัดการ กล่าว







