
เงินบาทอ่อนค่าแตะ31
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ (24-28 ต.ค.) ว่า เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.80-31.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ (24-28 ต.ค.) ว่า เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.80-31.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
โดย..ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
โดยคงต้องจับตาแถลงการณ์มาตรการแก้ไขวิกฤตหนี้ยูโรโซนจากการประชุมระดับผู้นำสหภาพยุโรป (EU Summit) สถานการณ์อุทกภัยในประเทศ ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันที่ 27 ต.ค.นี้ ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านโดยสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส/เคส ชิลเลอร์ เดือน ส.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย Conference Board และรอยเตอร์ส/มหาวิทยาลัยมิชิแกน เดือน ต.ค. จีดีพีไตรมาส 3/2554 ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ ยอดทำสัญญาบ้านที่รอปิดการขาย และรายได้ส่วนบุคคลเดือน ก.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ขณะที่สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทยังผันผวนในทิศทางที่อ่อนค่า โดยเงินบาทแข็งค่าต้นสัปดาห์ ท่ามกลางความคาดหวังต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ในยุโรปแบบเบ็ดเสร็จที่ผลักดันความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง
อย่างไรก็ตาม เงินบาทกลับมามีทิศทางที่อ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ และอ่อนค่าใกล้ระดับ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากยังคงมีข่าวในเชิงลบจากยุโรป
นอกจากนี้ เงินบาทยังถูกกดดันจากภาวะอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจในประเทศด้วย โดยวันศุกร์ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เงินบาทปิดตลาดที่ 30.98 ต่อเหรียญสหรัฐ จากระดับ 30.77 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เมื่อวันศุกร์ที่ 14 ต.ค.
ขณะที่เงินยูโรผันผวนอ่อนค่า โดยถูกกดดันจากสัญญาณที่ไม่ชัดเจนของมาตรการแก้ไขวิกฤตหนี้ของทางการยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รัฐมนตรีคลังของเยอรมนี ระบุว่า มาตรการจากที่ประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป อาจไม่ใช่มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อแก้ไขวิกฤตหนี้ ขณะที่เริ่มมีกระแสข่าวระบุว่า แถลงการณ์ของที่ประชุม EU Summit อาจล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมที่วางไว้ เนื่องจากแนวทางการปรับเพิ่มประสิทธิภาพของกองทุน EFSF อาจเผชิญกับอุปสรรคในการหาข้อสรุป
นอกจากนี้ ข่าวในเชิงลบอื่นๆ ก็เพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินยูโรเช่นกัน อาทิ การเตรียมทบทวนแนวโน้มอันดับเครดิต Aaa ของฝรั่งเศสในช่วง 3 เดือนข้างหน้า โดยมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และการประท้วงของประชาชนในการรับรองมาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติมของรัฐสภากรีซ แต่กระนั้นก็ดี รายละเอียดของกองทุน EFSF ที่ทยอยถูกเปิดเผยออกมาในช่วงท้ายสัปดาห์ ได้ช่วยพยุงไม่ให้ค่าเงินยูโรไถลลงไปมากนัก
ส่วนเงินเยนแข็งค่าเล็กน้อย โดยแรงหนุนสำคัญอยู่ในช่วงต้นสัปดาห์จากสัญญาณที่ไม่แน่นอนของมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อแก้ไขวิกฤตหนี้ยุโรป
อย่างไรก็ดี เงินเยนทรงตัวขยับอ่อนค่าเล็กน้อยในช่วงหลังจากนั้น หลังจากที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในระหว่างสัปดาห์ออกมาดีกว่าที่คาด โดยตลาดยุโรปในวันศุกร์ที่ 21 ต.ค. เงินยูโรอยู่ที่ 1.3774 เหรียญสหรัฐต่อยูโร เทียบกับ 1.3875 เหรียญสหรัฐต่อยูโร (ในวันศุกร์ที่ 14 ต.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 76.68 จาก 77.20 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
สำหรับตลาดเงินและอัตราดอกเบี้ยนั้น อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นค่อนข้างทรงตัว โดยธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.5% ในการประชุมวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา
อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 3.4% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน อยู่ที่ 3.5% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน
นอกจากนี้ ในระหว่างสัปดาห์ธนาคารพาณิชย์จะมีการทยอยเตรียมสภาพคล่อง เพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือนและในช่วงที่ภาวะอุทกภัยยังไม่คลี่คลาย โดยอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินไทยน่าจะยังทรงตัวใกล้เคียงระดับ 3.5% ท่ามกลางสภาพคล่องในตลาดเงินที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก







